“พรวด”
เสียงเนื้อหนังฉีกขาดแผ่วเบายิ่ง
สวี่ซือเยว่ก้มมองมือที่ทะลุอก ดวงตาดำสนิทกลับไร้ซึ่งความหวั่นไหว
นางเพียงยกมือขึ้นอย่างสงบนิ่ง กุมข้อมือของเซียนสตรีฉื่อเลี่ยนไว้
จากนั้นจึงหันไปมองหยางเฉิงซึ่งถูกแช่แข็งอยู่เบื้องหลัง
ดวงตาดำลึกราวหุบเหวคู่นั้น ในชั่วขณะนี้กลับปรากฏประกายแสงที่เป็นของ “สวี่ซือเยว่” ขึ้นมาสายหนึ่ง
“ศิษย์…”
ริมฝีปากนางขยับเล็กน้อย ไร้สุ้มเสียง ทว่ารูปปากนั้นชัดเจนว่าเอ่ยคำนี้
ชั่วขณะต่อมา เศษเสี้ยววิถีสวรรค์ในร่างนางก็ปลดปล่อยออกมาอย่างสิ้นเชิง
ไม่กดข่มอีกต่อไป!
แสงดำสนิทปะทุออกจากทุกอณูผิวของนาง พริบตาเดียวก็กลืนแขนของเซียนสตรีฉื่อเลี่ยน จากนั้นกลืนกินทั้งร่าง
“ไม่… เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? ใช้เศษเสี้ยววิถีสวรรค์เช่นนี้ วิญญาณของเจ้าจะสูญสลายเร็วขึ้น และไม่มีวันได้ไปผุดไปเกิด!”
เซียนสตรีฉื่อเลี่ยนกรีดร้องอยู่ท่ามกลางแสงดำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
สวี่ซือเยว่กลับไม่ตอบ
นางเพียงมองหยางเฉิง มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อย ราวกับอยากยิ้ม แต่ท้ายที่สุดก็ยิ้มไม่ออก
ยามนี้พลังของสวี่ซือเยว่แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัว
เซียนสตรีฉื่อเลี่ยนผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งอยู่เพียงครึ่งก้าวสู่ขั้นเซียนสูงสุด เมื่อเผชิญพลังวิถีสวรรค์หงเหมิงที่กลืนกินเข้ามา กลับไม่อาจต้านทานได้เลย
นางทำได้เพียงมองดูตนเองถูกกลืนกินไปทีละน้อย
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ร่างของผู้ที่อยู่ครึ่งก้าวสู่ขั้นเซียนสูงสุดก็เลือนหายไปทีละส่วนในแสงดำ ก่อนถูกวิถีสวรรค์ลบเลือนไปจนหมดสิ้น
ไม่ไกลนัก ฉินเหมิงยืนนิ่งงัน มองสถานที่ซึ่งศิษย์พี่หญิงหายไป ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
จู่ ๆ เขาก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง หัวเราะไปหัวเราะมา น้ำตาก็ไหลพราก
