ปัง! ปัง!
เสียงระเบิดดังสนั่นสองครั้ง
ร่างของหุ่นเงาและอสูรหยางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง รอยร้าวนับไม่ถ้วนผุดขึ้นบนผิว แสงเรืองรองอันลึกลับหม่นดับลงอย่างรวดเร็ว
ทว่าลวดลายค่ายกลแกนกลางยังไม่ถูกทำลาย พวกมันยังคงดิ้นรนต้านทาน พลังความตายกับเพลิงหยางสานประสานกันตามรอยร้าว หมายจะประกอบร่างขึ้นใหม่
หยางเฉิงใช้นิ้วแทนกระบี่ ชักนำพลังจากตราอักขระหว่างคิ้ว แปรเป็นลำแสงแห่งความโกลาหลสองสาย พุ่งเข้าแตะจุดแกนกลางระหว่างคิ้วของรูปสลักหินทั้งสอง
แกรก ๆ ๆ…
รอยร้าวพลันแผ่กระจายไปทั่วทั้งร่าง
รูปสลักหินทั้งสองหยุดนิ่ง ก่อนจะพังครืนลงมา กลายเป็นเศษหินเกลื่อนพื้น
พลังแห่งมรรคาหยินหยางบนเศษหินสลายไปอย่างรวดเร็ว กลับคืนสู่ความเงียบงันแห่งความตาย
ด่านเฝ้าตำหนักชั้นนอก…แตกแล้ว
หยางเฉิงไม่หยุดฝีเท้า เขาก้าวข้ามกองเศษหิน มุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของตำหนักชั้นหน้า
ที่นั่นมีบันไดหินทอดลงเบื้องล่าง เผยทางสู่ลานชั้นกลาง
บันไดหินทอดยาว ลมเย็นยะเยือกพัดวูบเป็นระลอก
กำแพงหินสองข้างลื่นชื้น มีหยดน้ำสีดำซึมออกมา ส่งกลิ่นเน่าเหม็น
ลึกเข้าไปมีเสียงโลหะกระทบกันแผ่วเบา เสียงคำรามเข่นฆ่าก้องสะท้อน ราวกับเสียงตกค้างจากสนามรบโบราณ
เมื่อเดินลงมาถึงปลายบันได ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
เบื้องหน้าเป็นลานกว้างใหญ่แห่งหนึ่ง กว้างราวร้อยจั้ง
พื้นลานปูด้วยหยกสีดำและขาว ก่อเป็นลวดลายปลาหยินหยางขนาดมหึมา
ลวดลายหมุนวนช้า ๆ แผ่พลังแห่งมรรคาหยินหยางอันไพศาล อีกทั้งยังมีไอสังหารเฉียบคมแผ่คลุมทั่วบริเวณ
ค่ายกลสังหารหยินหยาง
ทันทีที่หยางเฉิงก้าวเข้าสู่ลาน ลายไท่จี๋ใต้ฝ่าเท้าก็สว่างวาบ
ฟิ้ว ๆ ๆ!
ปราณกระบี่สีดำและขาวนับไม่ถ้วนพุ่งทะลักออกจากลวดลายบนพื้น ราวห่าฝนกระหน่ำเข้าใส่
ปราณกระบี่คมกริบ แฝงพลังบดขยี้หยินหยาง ทั้งยังเปลี่ยนแปรระหว่างจริงกับลวง ยากจะป้องกัน
