ภายในสุสาน พลังหยินและหยางพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง
ทางซ้ายแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นทมิฬทะมึนสุดสายตา ไอแห่งความตายแผ่คลุม แช่แข็งวิญญาณ
ทางขวากลายเป็นทะเลเพลิงสีขาวซีด พลังหยางบริสุทธิ์ร้อนแรง เผาผลาญสรรพสิ่ง
พลังทั้งสองมิได้แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน หากแต่ปะทะหักล้างและก่อกำเนิดใหม่อย่างบ้าคลั่ง จนกลายเป็นเขตแดนแห่งความโกลาหลและการทำลายล้าง ครอบคลุมหยางเฉิงไว้ภายใน
หยางเฉิงตกอยู่ท่ามกลางพลังเหล่านั้น ราวกับจมอยู่ในทะเลคลั่ง
ม่านแสงพลังเต๋าแห่งความโกลาหลถูกพลังหยินหยางซัดโถมเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง
ที่ยุ่งยากยิ่งกว่าคือ พลังหยินหยางที่ปั่นป่วนแทรกซึมเข้าไปได้ทุกซอกมุม พยายามชักนำให้พลังเวทในกายเสียสมดุล จนเลือดลมไหลย้อนกลับ
“สะกด!”
เขาตวาดเสียงต่ำ ตราประทับแห่งความโกลาหลกลางหว่างคิ้วพลันเปล่งแสงเจิดจ้า
พลังเต๋าเก่าแก่สายหนึ่งแผ่กระจายออกมา สะกดพลังหยินหยางที่ปั่นป่วนรอบกายไว้ได้บางส่วน
ขณะเดียวกัน เขาประสานมือเป็นมุทรา พลังสะกดเคราะห์ภัยแปรเป็นม่านกำบัง คุ้มกันร่างกายไว้ชั่วคราว
ทว่าดวงจิตอาฆาตร้ายกาจจะยอมเลิกราได้อย่างไร
ร่างของมันไหววูบ ก่อนจะแยกออกเป็นสองร่าง
ร่างหนึ่งดำสนิท หลอมรวมเข้ากับคลื่นทมิฬแห่งความตายทางซ้าย กลายเป็นเทพมารสีดำทะมึน กรงเล็บแหลมคมดุจหอก
อีกร่างหนึ่งขาวโพลน หลอมรวมเข้ากับทะเลเพลิงสีขาวซีดทางขวา ก่อร่างเป็นขุนพลเทพเพลิง ตวัดหมัดดุจค้อน
ร่างแยกทั้งสองแผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว โอบโจมตีจากซ้ายและขวา
แววตาหยางเฉิงคมกริบ เขารู้ดีว่าไม่อาจตั้งรับต่อไปได้อีก
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แสงแห่งความโกลาหลรอบกายหดตัวฉับพลัน ไปรวมตัวอยู่บนหมัดทั้งสอง
“หมัดเคราะห์ภัย พินาศ!”
เขาพุ่งเข้าหาเทพมารสีดำทะมึนทางซ้ายก่อน
หมัดขวากระแทกออกไป กระแสพลังแห่งความโกลาหลพันเกี่ยวอยู่รอบหมัด อีกทั้งยังซ่อนเพลิงกรรมสีขาวซีดไว้ที่ปลายหมัด
หมัดปะทะกรงเล็บ
กรงเล็บคมของเทพมารสีดำทะมึนแตกกระจาย ร่างกายถูกเพลิงกรรมแผดเผา มันกรีดร้องโหยหวน ไอสีดำสลายหายไป
ทว่าเศษเสี้ยวจิตแก่นกลางของมันยังไม่ดับสูญ เพียงชั่วพริบตาก็หลบหนีเข้าไปในคลื่นทมิฬและก่อร่างขึ้นใหม่
