สตรีผู้ดำเนินการประมูลนางหนึ่งก้าวขึ้นสู่เวทีกลาง นางมีบุคลิกสง่างามสูงส่ง น้ำเสียงอ่อนหวานไพเราะ
หลังกล่าวเปิดงานอย่างกระชับ นางก็เชิญสินค้าประมูลชิ้นแรกขึ้นมา
เวลาต่อจากนั้น สมบัติล้ำค่า วัสดุ เคล็ดวิชา และอาวุธที่หาได้ยากยิ่งในโลกภายนอกทยอยถูกนำออกมา เรียกเสียงเสนอราคาดังขึ้นเป็นระลอก
ราคาประมูลก็พุ่งสูงขึ้นไม่หยุด เพียงชั่วขยับปากก็แตะหลักหลายแสนหรือแม้แต่หลักล้านศิลาศักดิ์สิทธิ์ชั้นยอด
หงฮ่าวทำตามคำที่หยางเฉิงกล่าวไว้ก่อนหน้า ไม่เอ่ยถามทุกเรื่อง แต่ให้ปรมาจารย์สวี่ตรวจสอบของก่อน
ยามนี้ปรมาจารย์สวี่ตั้งใจเต็มที่ สินค้าประมูลแต่ละชิ้นที่ถูกนำขึ้นมา เขาล้วนพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด แล้วตัดสินโดยอาศัยความรู้และประสบการณ์ของตน
เขามีสายตาเฉียบคมไม่น้อย ช่วยตระกูลหงหลีกเลี่ยงสิ่งของหลายชิ้นที่ดูดีแต่แท้จริงกลับซ่อนตำหนิหรือไม่คุ้มราคา อีกทั้งยังประมูลสมุนไพรวิญญาณหายากสองต้นที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาบาดแผลของหงเสวียนได้สำเร็จ
ส่วนหยางเฉิงยังคงนั่งเงียบสงบ เวลาส่วนใหญ่หลับตาพักผ่อน มีเพียงบางครั้งที่ปรมาจารย์สวี่ลังเลอย่างเห็นได้ชัดต่อสิ่งของบางชิ้น หรือเมื่อหงเจียวเอ่ยถามเสียงเบา เขาจึงเปิดปาก
ทุกครั้งที่เขาเอ่ย มักใช้เพียงไม่กี่คำก็ทำให้ปรมาจารย์สวี่กระจ่างแจ้งและเหงื่อเย็นไหลท่วม
ขณะเดียวกัน หงฮ่าวกับหงเจียวก็ยิ่งมั่นใจว่า “ผู้มีพระคุณ” มีสายตาลึกล้ำจนยากหยั่งถึง
ปิงหลีนั่งอยู่ข้างหยางเฉิง นางแทบไม่เอ่ยคำใด เพียงเงียบฟังและมองดู
นางไม่ได้สนใจสินค้าประมูลมากนัก กลับยิ่งรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับหยางเฉิง
เวลาผ่านไป สินค้าประมูลแต่ละชิ้นขายออก บรรยากาศค่อย ๆ ทวีความคึกคักถึงขีดสุด
ในที่สุด หลังจากโอสถวิญญาณระดับแปดเม็ดหนึ่งถูกผู้ซื้อปริศนาประมูลไปด้วยราคาสูงลิบ
รอยยิ้มบนใบหน้าสตรีผู้ดำเนินการประมูลยิ่งสดใส น้ำเสียงก็สูงขึ้นเล็กน้อย แฝงความตื่นเต้นไว้ “แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ต่อจากนี้จะเป็นช่วงประมูลของชิ้นเอกปิดท้ายงาน
