“วิชามารชั่วร้าย ยังกล้ากำเริบเสิบสานอีกหรือ?”
อวิ๋นจิ่งหวยแค่นเสียงเย็นชา ก่อนที่อวิ๋นหลีเยว่จะลงมือ ทวนยาวในมือเขาก็พลันเปล่งประกายสีทองเจิดจ้า แม้เป็นเพียงท่าทวนพิชิตกองทัพอันเรียบง่าย แต่กลับแฝงเจตจำนงอันองอาจในการกวาดล้างทหารนับพัน ฟาดเข้าใส่หัวผีตนนั้นอย่างหนักหน่วง
ครืน!
แสงทวนสีทองปะทะกับหัวผีวิญญาณแค้นอย่างรุนแรง ทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในสภาพชะงักงัน
“แค่ขั้นครึ่งก้าวสู่บรรพชนยุทธ์ก็กล้าขวางทางสำนักข้าแล้วหรือ? ไม่รู้จักที่ตาย!”
เฉินฟู่อวี่เอ่ยเสียงแหบพร่า แฝงพลังกัดกร่อนอันเป็นเอกลักษณ์ของวิชามาร
อวิ๋นจิ่งหวยไม่แสดงความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เขาสวนกลับทันควัน “เจ้ามารเฒ่า ข้าว่าเจ้าต่างหากที่ใกล้ถึงคราวตาย!”
“โอหังนัก!”
เฉินฟู่อวี่โกรธจนหัวเราะ เขาไม่กล่าวอะไรอีก เพียงประกบมือเข้าหากัน ธงหมื่นวิญญาณมารที่แผ่ไอสีดำทะมึนก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะขยายใหญ่ตามแรงลม กลายเป็นธงขนาดหลายจั้ง บนผืนธงมีวิญญาณแค้นนับไม่ถ้วนบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมาน ส่งเสียงกรีดร้อง
ชั่วพริบตา วิญญาณแค้นนับไม่ถ้วนก็รวมตัวเป็นกรงเล็บดำอันน่าสะพรึง กลิ่นอายน่าหวาดหวั่นที่ฉีกกระชากดวงจิตได้พุ่งเข้าใส่อวิ๋นหลีเยว่กับอวิ๋นจิ่งหวยอย่างรุนแรง
การโจมตีครั้งนี้เขาใช้พลังไปแล้วเจ็ดถึงแปดส่วน ตั้งใจปิดฉากการต่อสู้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะไปจัดการเจ้าสำนักหนุ่มที่ทำให้เขารู้สึกถึงภัยคุกคามอย่างยิ่งผู้นั้น
“จันทราสุกสว่าง”
เงาจันทร์ด้านหลังอวิ๋นหลีเยว่เปล่งประกายเจิดจ้า ก่อเกิดม่านแสงจันทราอันแน่นหนา ห่อหุ้มนางและอวิ๋นจิ่งหวยไว้ภายใน
อวิ๋นจิ่งหวยคำรามก้อง เปลวปราณสีเงินร้อนแรงลุกโชนขึ้นบนทวนยาว
ครืน ๆ ๆ!
กรงเล็บผีปะทะกับม่านแสงจันทราและแสงทวนสีเงินอย่างดุเดือด เสียงสนั่นสะเทือนหุบเขา พายุทำลายล้างกวาดออกไป พัดซากตำหนักมารโดยรอบปลิวกระเจิงอีกครั้ง
ม่านแสงจันทราสั่นไหวอย่างรุนแรง เกิดรอยร้าวขึ้นเป็นสาย แต่สุดท้ายก็ยังไม่แตกสลาย
ใบหน้าอวิ๋นหลีเยว่ซีดขาวเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่านางแบกรับแรงกดดันมหาศาล
