ทันทีที่เฉินมู่ตะโกนขึ้นมา เหล่าเถ้าแก่สิ่งประหลาดที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ส่งเสียงโห่ร้องยินดีกันลั่น
“เถ้าแก่เฉินนี่เป็นคนชั่วตัวจริงเลยนะ!”
“ใช่ ๆ คนเลวอย่างเถ้าแก่เฉินนี่นับวันยิ่งหายากขึ้นทุกที”
“ใคร ๆ ก็พูดว่าเถ้าแก่เฉินเป็นยมบาลมีชีวิต วันนี้ได้เห็นกับตา สมคำร่ำลือจริง ๆ”
เฉินมู่ฟังเสียงโห่ร้องของพวกสิ่งประหลาด แม้จะรู้ว่าพวกนั้นกำลังชมตัวเองอยู่ แต่ทำไมฟังแล้วถึงรู้สึกขัดหูชอบกลนะ?
เอาเถอะ ถ้ามองจากมุมของมนุษย์ จะเรียกเฉินมู่ว่า “คนชั่วตัวฉกาจ” ก็ไม่ผิดอะไร
ฉวยโอกาสซ้ำเติม!
ตอนที่ทุกคนกำลังขัดสนเงินทอง เขาก็ซื้อกิจการดี ๆ ในราคาถูก แล้วกอบโกยกำไรไปก้อนโต
ถึงอย่างนั้น พวกเถ้าแก่ยังต้องขอบคุณเขาอีกแน่ะ!
เหล่าเถ้าแก่สิ่งประหลาดต่อแถวกันเป็นแถวยาว ถือสัญญามาขอให้เฉินมู่เซ็น
“เถ้าแก่เฉิน ลองดูร้านของผมสิครับ เป็นร้านขายของชำชั้นดีเลย ผมไม่พูดอ้อมค้อม ขายให้คุณในราคา 70 เปอร์เซ็นต์! นี่เป็นราคาที่คุ้มที่สุดแล้วนะครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ต่อให้จ่ายสองเท่าผมก็ไม่ขายหรอก”
เถ้าแก่ร้านขายของชำคนหนึ่งกล่าวอย่างหนักแน่น
เฉินมู่ยังไม่ทันได้พูด เถ้าแก่ร้านค้าปลีกอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็รีบแย่งพูดขึ้นมา
“ลดให้เถ้าแก่เฉินแค่ 70 เปอร์เซ็นต์เองเหรอ? ดูถูกกันหรือไง?
เถ้าแก่เฉิน มาซื้อร้านขายของเบ็ดเตล็ดของผมสิ ผมลดให้เหลือครึ่งราคาเลย!”
สิ่งประหลาดอีกตัวตะโกนว่า “แค่ครึ่งราคาเองเหรอ? ไม่มีความจริงใจเลยหรือไง เถ้าแก่เฉิน ดูของผมสิ ผมลดให้เหลือ 40 เปอร์เซ็นต์!”