เมื่อเข้าไปในโรงอาหาร กลิ่นคาวเลือดภายในก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น
ภายในโรงอาหารอันสลัว มีห้องส่วนตัวหลายห้องปรากฏอยู่
ผีร้ายร่างเน่าเปื่อยหลายตนถือถาดอาหารสีแดงไว้ในมือ เดินไปมาระหว่างห้องอาหารกับห้องครัว
ผู้จัดการหญิงผีเอ่ยกับเฉินมู่และคนอื่น ๆ ว่า “พวกคุณมีเวลา 3 นาที เปลี่ยนเป็นชุดพนักงานเสิร์ฟให้เรียบร้อย”
พูดจบ ผู้จัดการหญิงผีก็ชี้ไปยังห้องหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ตรงหน้าประตูห้องมีป้ายเขียนว่า “ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า”
เฉินมู่เป็นคนแรกที่เดินนำเข้าไป ผลักประตูห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก้าวเข้าไปด้านใน
ส่วนคนที่เหลือได้แต่มองหน้ากัน ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว ก่อนกัดฟันเดินตามหลังเฉินมู่ไป
ภายในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวฉุน
ชุดเครื่องแบบหลายชุดแขวนอยู่บนผนัง แต่ละชุดมีคราบเลือดติดอยู่ไม่มากก็น้อย
ที่เฉินมู่เข้ามาก่อนก็เพื่อเลือกชุดที่สะอาดที่สุดมาสวม
ส่วนคนที่ตามมาทีหลังจึงทำได้เพียงเลือกชุดที่เขาเหลือไว้
เพียงผ่านไปไม่ถึง 2 นาที ทุกคนก็เปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย
เมื่อเห็นพวกเขาสวมชุดทำงานแล้ว ผู้จัดการหญิงผีก็พยักหน้า พอใจกับความรวดเร็วของทุกคน
จากนั้นผู้จัดการหญิงผีก็พาพวกเขาไปหยุดหน้าห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง แล้วกล่าวว่า
“ในห้องมีลูกค้าอยู่ 1 คน ตลอด 1 ชั่วโมงต่อจากนี้ พวกคุณต้องทำหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟ คอยตอบสนองความต้องการของลูกค้า”
พูดจบ ผู้จัดการก็เปิดประตู พลางส่งสัญญาณให้เฉินมู่กับคนอื่น ๆ เข้าไปในห้อง
กลางห้องมีโต๊ะกลมตัวหนึ่ง และมีผีประหลาดที่มีศีรษะเพียงครึ่งเดียวกำลังนั่งอยู่
ตอนนี้ผีตนนั้นกำลังก้มหน้ากินอาหาร กลิ่นเน่าเหม็นแผ่ออกมาจากร่างของมัน
ผีตนนั้นถือช้อน ตักซุปเหนียวข้นขึ้นมาจากชามแล้วกรอกผ่านปากที่ฉีกขาด ซุปส่วนหนึ่งไหลลงบนโต๊ะ
“เธอ ช่วยเช็ดซุปที่หกให้สะอาดที”
ผียื่นมือชี้ไปยังหญิงสาวคนหนึ่งด้วยนิ้วที่เหลืออยู่เพียงครึ่งท่อน
หญิงสาวคนนั้นชื่อจ้าวเมิ่งเหมิง พอถูกเรียก เธอก็หน้าซีดเผือด ก่อนมองเฉินมู่ด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
เฉินมู่สังเกตเห็นสายตาของเธอ จ้าวเมิ่งเหมิงจึงทำสีหน้าน่าสงสาร ร่างกายขยับแนบเข้าหาเขาโดยไม่รู้ตัว แล้วค่อย ๆ เบียดแขนเฉินมู่ พร้อมเอ่ยเสียงเบาว่า
“เฉินมู่ ฉันกลัวมาก คุณช่วยฉันได้ไหม...”
ในฐานะเพื่อนร่วมชั้น เฉินมู่รู้จักนิสัยของจ้าวเมิ่งเหมิงดี
ผู้หญิงคนนี้ดูใสซื่อน่ารัก แต่แท้จริงแล้วเจ้าเล่ห์ไม่น้อย รู้ดีว่าจะใช้ความงามของตัวเองหาผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เธอคบผู้ชายจากหลายห้องเรียนพร้อมกันทีเดียวหลายคน เรียกได้ว่าเป็นยอดฝีมือด้านบริหารเวลา
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินมู่ก็เผยสีหน้าเหยียดหยาม
เขาเอาชีวิตรอดในโลกาวินาศพิศวงมาถึง 5 ปี ย่อมไม่ใช่คนใจบุญที่ยอมเสียสละเพื่อลูกคนอื่น
คิดจะให้เขาไปตายแทนเธอหรือ? ฝันไปเถอะ!
จ้าวเมิ่งเหมิงคิดว่าเฉินมู่เป็นหนุ่มซิง ๆ แค่แสดงเสน่ห์ของผู้หญิงออกมาสักหน่อย ก็จะควบคุมเขาได้อย่างง่ายดาย ทำให้เขาคอยทำเรื่องต่าง ๆ ให้เหมือนพวกผู้ชายที่ตามตื๊อเธอ
กลยุทธ์แบบนี้จ้าวเมิ่งเหมิงเคยใช้มาแล้วหลายครั้ง หนุ่มซิง ๆ หลายคนจากห้องเรียนอื่นก็ถูกเธอควบคุมได้อย่างง่ายดาย
ทว่าเฉินมู่ไม่หลงกลนี้เลย
หลังถูกเฉินมู่ปฏิเสธอย่างไม่ลังเล จ้าวเมิ่งเหมิงก็รู้สึกเคียดแค้นเขาขึ้นมาเล็กน้อย แต่ภายนอกยังคงทำท่าน่าสงสาร
เมื่อไม่มีทางเลือก เธอจึงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กัดฟันเดินไปหาผีตนนั้น
เมื่อมาถึงข้างตัวผี จ้าวเมิ่งเหมิงก็พบว่าไม่มีผ้าขี้ริ้วอยู่แถวนั้น
เพื่อไม่ให้ฝ่าฝืนคำสั่งของผี เธอจึงได้แต่ใช้แขนเสื้อของเครื่องแบบเช็ดซุปที่หกบนโต๊ะทีละน้อย
ซุปเย็นเฉียบซึมเปียกปลายแขนเสื้อ กลิ่นเหม็นชวนคลื่นไส้ทำให้จ้าวเมิ่งเหมิงเกือบอาเจียน
เธอฝืนทนความสะอิดสะเอียน จนในที่สุดก็เช็ดโต๊ะสะอาด
ผีดูเหมือนจะพอใจ มันล้วงธนบัตรเงินผีใบหนึ่งออกจากกระเป๋า แล้วยื่นให้จ้าวเมิ่งเหมิง “นี่เป็นทิปของเธอ”
ทันใดนั้น ดวงตาของจ้าวเมิ่งเหมิงก็เป็นประกาย
โลกาวินาศพิศวงมาเยือนครบ 1 เดือนแล้ว เรื่องเล่าที่เกี่ยวกับเงินผี จ้าวเมิ่งเหมิงย่อมเคยได้ยินมาบ้าง
เธอได้ยินมาว่าในภารกิจพิศวง เงินผีเป็นไอเทมที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ขอเพียงมีเงินผี ก็สามารถแก้ปัญหามากมายในภารกิจพิศวงได้
ถึงขั้นมีคนโพสต์ในอินเทอร์เน็ตว่า ตัวเองเคยฝ่าฝืนกฎระหว่างทำภารกิจพิศวง แต่ใช้เงินผีทำให้ผียอมผ่อนปรน
เงินผีมีประโยชน์มากมายถึงเพียงนี้ ย่อมเป็นที่ต้องการของผู้คนนับไม่ถ้วน
ทว่าการได้มาซึ่งเงินผีนั้นยากลำบากอย่างยิ่ง จึงขาดแคลนอย่างมาก
ถึงขั้นมีเศรษฐีบนอินเทอร์เน็ตยอมจ่ายราคาสูงถึง 1 ล้านหยวน เพื่อซื้อเงินผี 100 ใบ!
จ้าวเมิ่งเหมิงมองเงินผี 10 ใบในมือ ราวกับได้รับเครื่องรางคุ้มภัย รอยยิ้มตื่นเต้นผุดขึ้นตรงมุมปาก
เธอมองเฉินมู่กับหญิงสาวคนอื่น ๆ แววตาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและดูแคลน ในสายตาเธอ การมีเงินผี 10 ใบอยู่ในมือทำให้เธออยู่คนละระดับกับเฉินมู่และคนอื่น ๆ ที่ไม่มีเงินติดตัวสักแดง
คนอื่น ๆ ต่างก็มองเธอด้วยแววตาอิจฉา พวกเธอเคยได้ยินจากข่าวลือเท่านั้นว่าเงินผีเป็นของหายากยิ่ง แต่ตอนนี้จ้าวเมิ่งเหมิงกลับได้ทิปเป็นเงินผีถึง 10 ใบ
ทว่าเฉินมู่ยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง ราวกับมองทะลุทุกอย่าง
ในภารกิจพิศวง ไม่มีอาหารกลางวันฟรี!
เฉินมู่เคยทำภารกิจโรงอาหารเที่ยงคืนมาก่อน เขารู้ว่าการรับเงินผีจากผีนั้นต้องจ่ายค่าตอบแทน จ้าวเมิ่งเหมิงดีใจเร็วเกินไปแล้ว
ผีที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารจู่ ๆ ก็หยิบจานเปล่าขึ้นมา แล้วพูดกับจ้าวเมิ่งเหมิงว่า “ฉันกินอาหารจานนี้หมดแล้ว ช่วยยกจานออกไปให้หน่อย”
จ้าวเมิ่งเหมิงที่กำลังตื่นเต้นไม่ลังเลเลย มือหนึ่งถือเงินผี อีกมือรับจานมา จากนั้นก็ถือจานเดินออกไป
แต่เธอไม่ทันสังเกตว่าเท้าของผียื่นออกมาจากใต้โต๊ะ ขวางอยู่ตรงหน้าเท้าของเธอ
จ้าวเมิ่งเหมิงเพิ่งเดินออกไปได้ 2 ก้าว ก็สะดุดเท้าของผีจนเซล้มลงกับพื้น จานในมือร่วงหล่นตามไปด้วย
เสียงจานแตกดังเพล้ง จานร่วงลงพื้นแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกเปิดจากด้านนอก ผู้จัดการหญิงผีที่ได้ยินเสียงเดินเข้ามา
เมื่อเห็นจานแตกเป็นเสี่ยง ๆ อยู่บนพื้น สีหน้าของผู้จัดการก็พลันย่ำแย่ลง มันมองพนักงานเสิร์ฟทั้งหลาย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองว่า
“ใครทำจานแตก? ทำลายจานของร้านอาหาร ต้องถูกลงโทษ!”
ใบหน้าของจ้าวเมิ่งเหมิงซีดเผือดทันที เธอหันไปมองลูกค้าผีที่อยู่ข้างโต๊ะอาหาร
ตอนนี้ใบหน้าครึ่งซีกของลูกค้าผีเผยสีหน้าหยอกเย้าออกมา
เห็นได้ชัดว่าลูกค้าผีตนนี้ไม่ใช่คนดีอะไร มันจงใจทำให้จ้าวเมิ่งเหมิงสะดุดล้ม เพื่อรอดูเรื่องสนุก
จ้าวเมิ่งเหมิงเหลือบมองเฉินมู่ที่อยู่ไม่ไกล จุดที่จานแตกอยู่ตรงข้างเท้าของเฉินมู่พอดี
ทันใดนั้น จ้าวเมิ่งเหมิงก็กัดฟัน ชี้ไปที่เฉินมู่แล้วพูดว่า
“เขา! เขาทำจานแตก!”
เฉินมู่ขมวดคิ้ว เขาไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะไร้ยางอายขนาดนี้ พอเขาปฏิเสธที่จะไปตายแทนเธอ เธอก็แค้นฝังใจ พอก่อเรื่องขึ้นมาแล้วยังคิดจะโยนความผิดให้เขาอีก
แต่เฉินมู่ไม่ได้แปลกใจนัก เพราะเห็นเรื่องทำนองนี้มามากแล้ว
เนรคุณผู้มีพระคุณ ลอบแทงข้างหลัง...
เฉินมู่พบเจอเรื่องราวความเย็นชาของมนุษย์มามากเกินไป
สำหรับเฉินมู่ การโยนความผิดของจ้าวเมิ่งเหมิงเป็นแค่กลเม็ดเด็กเล่น
ยิ่งไปกว่านั้น เฉินมู่รู้ว่า ตั้งแต่วินาทีที่จ้าวเมิ่งเหมิงโยนความผิดให้เขา วันตายของเธอก็มาถึงแล้ว
