ด้วยท่าทีพร้อมทุ่มเทจนหมดกายใจเพื่อเจ้านาย คนขับรถพิศวงจึงเหยียบคันเร่งอย่างเต็มกำลัง ความเร็วเพิ่มขึ้นกว่าปกติไม่น้อย
ไม่ถึง 10 นาที แท็กซี่พิศวงก็แล่นข้ามเมืองทั้งเมือง มาถึงชานเมืองทางตะวันตก
พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในชานเมืองทางตะวันตกของเมือง ด้านหลังพิพิธภัณฑ์ยังมีสุสานขนาดใหญ่ของเมืองอยู่ด้วย
เฉินมู่มองสภาพแวดล้อมด้านนอกผ่านกระจกรถ
แม้ตอนนี้จะเป็นเวลา 11 โมงเช้า แสงแดดเหนือศีรษะกำลังแผดจ้า แต่เมื่อมองไปไกล ๆ ก็เห็นหมอกสีขาวขุ่นปกคลุมอยู่เหนือพิพิธภัณฑ์
หมอกบดบังแสงอาทิตย์ แผ่ไอเย็นยะเยือกออกมา ทำให้พิพิธภัณฑ์หมอกดูวังเวงน่าสะพรึงกลัว
“ดูท่าพิพิธภัณฑ์จะถูกพลังพิศวงปนเปื้อน จนกลายเป็นฉากพิศวง—พิพิธภัณฑ์หมอกไปแล้ว”
เฉินมู่พยักหน้าด้วยความพอใจ ถ้ามาเร็วกว่านี้ แล้วมันยังไม่กลายเป็นฉากพิศวง ก็คงเสียเที่ยวเปล่า
ในโลกาวินาศพิศวง ฉากพิศวงมากมายไม่ได้ปรากฏขึ้นมาตั้งแต่แรก
อย่างโรงอาหารเที่ยงคืน เดิมทีเป็นโรงอาหารของนักเรียนในโรงเรียน ก่อนโลกาวินาศพิศวงจะมาถึงหนึ่งเดือน ทุกอย่างยังปกติดี นักเรียนเลิกเรียนแล้วก็ยังไปกินข้าวกันตามปกติ
สองวันก่อนที่พวกเฉินมู่จะได้รับภารกิจพิศวง โรงอาหารของโรงเรียนก็ถูกพลังพิศวงปนเปื้อน พอตกดึกสงัดในยามเที่ยงคืน มันก็จะกลายเป็นโรงอาหารเที่ยงคืน
ส่วนพิพิธภัณฑ์หมอกก็กลายเป็นพิพิธภัณฑ์หมอกหลังโลกาวินาศพิศวงมาถึงได้หนึ่งสัปดาห์ เมื่อพิพิธภัณฑ์เกิดความเปลี่ยนแปลงผิดปกติ
เส้นทางไปยังพิพิธภัณฑ์หมอกต้องผ่านถนนในป่า
