“ข้าทำให้เจ้าตื่นหรือ?” เซี่ยหลินอวี่ถามเสียงเบา
หลู่ซางหลิงรีบเบือนสายตาหนีราวกับถูกลวก แล้วส่ายหน้าอย่างลนลาน
เซี่ยหลินอวี่มองน้องสาวที่หายใจติดขัดเล็กน้อย แก้มทั้งสองขึ้นสีแดงผิดปกติ ก่อนขมวดคิ้วน้อย ๆ แล้วยื่นมือไปแตะหน้าผากนาง
ร่างของหลู่ซางหลิงพลันแข็งเกร็ง
“ไม่ได้ตัวร้อน” เซี่ยหลินอวี่ใช้หลังมือแตะแก้มนางอีกครั้ง “แล้วเหตุใดใบหน้าจึงร้อนเช่นนี้?”
“ไม่มีอะไร”
เซี่ยหลินอวี่ชะงัก เสียงกระซิบแผ่วหวานที่ลอยอยู่ข้างหูราวกับเคลือบน้ำผึ้ง ทั้งหวานทั้งเหนียวหนึบ ชวนให้ใจไหวอย่างบอกไม่ถูก
เห็นได้ชัดว่ามีบางอย่างไม่ปกติ
อาศัยแสงจันทร์ เซี่ยหลินอวี่เพ่งพินิจสีหน้าของหลู่ซางหลิงอย่างจริงจัง
“หลิงหลิง เรียกพี่ชายให้ฟังหน่อย”
“พี่ชาย?”
หลู่ซางหลิงเผลอเรียกออกมา ทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียงสุดท้าย นางก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่งและกลืนคำพูดกลับลงไปอย่างรวดเร็ว
แววตาของเซี่ยหลินอวี่ลึกล้ำขึ้น ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงช้า ๆ
เขาก้มตัวเข้าใกล้ สบตาคู่งามที่ฉ่ำหวานของหลู่ซางหลิงตรง ๆ สายตานั้นราวกับจับต้องได้และแฝงแรงรุกเร้าอย่างยิ่ง
“หืม? เหตุใดหลิงหลิงเรียกได้ไพเราะถึงเพียงนี้?” เซี่ยหลินอวี่ลดเสียงกระซิบข้างหูนาง
ลมหายใจของหลู่ซางหลิงสะดุดไปชั่วครู่จนแทบไม่ทันสังเกต รากหูชาวาบ นางหนีบผ้าห่มแล้วขยับถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
“บอกพี่มา ไม่สบายตรงไหนหรือ?” เซี่ยหลินอวี่ยกมุมปาก น้ำเสียงเจือแววชี้นำอย่างอ่อนโยน
“ไม่เป็นไร พี่ชายออกไปเถอะ”
ถูกเซี่ยหลินอวี่จ้องมองไม่วางตา ติ่งหูของหลู่ซางหลิงแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ นางรีบซ่อนแววตาหยาดเยิ้มและอ่อนระโหยไว้
