หลังจบการบรรยาย เจี่ยนซินเดินออกมาจากหอประชุม ก็เห็นเซี่ยหลินอวี่ซึ่งเมื่อครู่ยังยืนกล่าวสุนทรพจน์อยู่บนเวทีทันที
ตั้งแต่วันนัดดูตัวที่ทะเลาะกันจนแยกย้ายกลับบ้านอย่างไม่ลงรอย วันต่อมาเจี่ยนซินเป็นฝ่ายส่งข้อความไปหาเขาก่อน แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ หลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยส่งข้อความหาเขาอีกเลย
อย่างไรเสีย โพสต์ในโซเชียลของเซี่ยหลินอวี่ก็อธิบายอะไรได้หลายอย่าง
ถึงเขาจะไม่ได้ชอบน้องสาวแท้ ๆ ของตัวเอง แต่ทั้งคู่ก็สนิทสนมกันเกินขอบเขตไปมาก
เจี่ยนซินยอมรับว่าตัวเองใจกว้างถึงขนาดนั้นไม่ได้
อีกอย่าง เธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร ในสถานการณ์ที่รู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายไม่สนใจตัวเองแม้แต่น้อย เจี่ยนซินย่อมไม่คิดจะเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อน
ทว่าอย่างไรเซี่ยหลินอวี่ก็เป็นตัวเลือกคู่แต่งงานที่ดีที่สุดเท่าที่เธอจะเข้าถึงได้ในตอนนี้
ถ้าสุดท้ายจำเป็นต้องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์จริง ๆ เขาก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
เพราะเหตุนี้ แม้เจี่ยนซินจะไม่ได้ติดต่อเซี่ยหลินอวี่อีก แต่ก็ไม่ได้ลบเขาออกจากรายชื่อเพื่อน
ครั้งนี้ที่มาฟังบรรยายที่มหาวิทยาลัยเอ เจี่ยนซินรู้ว่าเขาจะขึ้นเวทีด้วย จึงตั้งใจมาสังเกตเขาอีกสักหน่อยด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
ตอนนี้พอเห็นเขายืนหันหลังอยู่ข้างรถ ราวกับกำลังรอใครสักคน เจี่ยนซินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง กำลังจะเดินเข้าไปทักทายสักสองคำ แต่ฝีเท้ากลับชะงักกึก
หญิงสาวร่างเพรียวสดใสร่าเริงคนหนึ่งวิ่งออกมาจากประตูอาคารเรียน
แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านใบอู่ถงทอดลงบนขั้นบันได เธอวิ่งอย่างเบาสบาย เหยียบย่ำประกายทองระยิบระยับเต็มพื้น กางแขนออกแล้วกระโดดลงมาอย่างไม่สนใจสิ่งใด
