ช่วงนี้จางเมิ่งใช้ชีวิตไม่ค่อยดีนัก
ก่อนหน้านี้เธออดใจไม่ไหว ซื้อของแบรนด์เนมมาหลายชิ้นจนเกินงบไปนานแล้ว ตอนนี้แม้แต่จะสั่งอาหารเดลิเวอรีก็ยังต้องคำนวณส่วนลดก่อน ใช้ชีวิตอย่างกระเบียดกระเสียร
แต่หลู่ซางหลิงกลับใช้ชีวิตสุขสบายกว่าเธอมาก
เพื่อน ๆ ของอีกฝ่ายไม่เพียงสั่งอาหารเดลิเวอรีมาให้ทุกวัน ยังส่งผลไม้กับขนมหวานมาให้ไม่ขาดสาย
ราวกับเป็นอย่างที่หลู่ซางหลิงพูดจริง ๆ เพื่อน ๆ กลัวว่าเธอจะหิว จึงสรรหาอาหารและเครื่องดื่มมาส่งให้ทุกวันไม่ซ้ำกัน
หลู่ซางหลิงใจกว้าง ไม่เคยกินคนเดียว ทุกครั้งจะแบ่งของอร่อยให้พวกเธอไม่น้อย
ด้วยเหตุนี้เอง จางเมิ่งถึงรู้ทั้งรู้ว่าเกินงบ ก็ยังกัดฟันซื้อของแบรนด์เนมเหล่านั้นมาจนได้
เพราะเธอรู้ว่าตัวเองยังพอไปอาศัยกินดื่มที่หลู่ซางหลิงได้
ผลคือต้วนเคอเริ่มไม่ชอบหน้าเธอ พูดอยู่ทุกวันว่าเธอกินฟรีดื่มฟรี แต่ไม่เห็นเคยเลี้ยงหลู่ซางหลิงสักมื้อ
แม้จางเมิ่งจะหน้าหนา แต่ก็ยังรักหน้าตัวเอง พอต้วนเคอพูดจี้ตรง ๆ แบบนี้ เธอก็ไม่กล้าไปอาศัยกินที่หลู่ซางหลิงอยู่เรื่อย ๆ อีก
ในใจจึงยิ่งไม่พอใจทั้งสองคนมากขึ้น
วันนั้นหลังเลิกเรียน จางเมิ่งกลับมาเห็นหลู่ซางหลิงกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงด้านนอก ส่วนต้วนเคอก็ไม่อยู่ในห้องพัก ความคิดหนึ่งพลันผุดขึ้นในใจ
“ซางหลิง ฉันหิวจัง เธอมีอะไรกินไหม?”
จางเมิ่งพูดเองเออเอง ไม่สนว่าหลู่ซางหลิงจะอนุญาตหรือไม่ แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะของอีกฝ่าย
เดิมทีจางเมิ่งตั้งใจจะหาอะไรกิน แต่กลับเหลือบไปเห็นภาพเกมที่เปิดค้างอยู่บนจอของหลู่ซางหลิงโดยไม่ตั้งใจ สายตาถูกชุดแต่งกายแสนงดงามของตัวละครในเกมที่เปล่งประกายระยิบระยับดึงดูดไว้
