เมื่อได้ยินคำเรียกที่ห่างเหินอย่างเห็นได้ชัดของหลู่ซางหลิง เซี่ยหลินอวี่ก็รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด
ความเจ็บปวดแผ่วเบาปนขมขื่นแผ่ซ่านไปพร้อมกับลมหายใจ
ทั้งที่ที่ผ่านมา เธอเรียกเขาว่า “พี่ชาย” มาโดยตลอด
เซี่ยหลินอวี่พยายามรักษาสีหน้าให้สงบนิ่ง น้ำเสียงยังคงเป็นปกติ “หลิงหลิง พี่มารับกลับบ้านไปกินข้าว”
หลู่ซางหลิงชะงัก สีหน้าเผยความลังเล ก่อนจะเม้มริมฝีปากเบา ๆ
เธอหลบสายตาเซี่ยหลินอวี่ แล้วยกมือชี้ไปทางเหวินซวงกับเพื่อน ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ พลางพูดเสียงเบา “แต่ฉันนัดกับเพื่อนร่วมห้องไว้แล้ว”
เห็นท่าทางเหมือนอยากปฏิเสธตรง ๆ แต่ไม่รู้จะพูดยังไงของหลู่ซางหลิง เซี่ยหลินอวี่ก็ใจอ่อนลงทันที
เขาจะทนปล่อยให้น้องสาวต้องลำบากใจได้อย่างไร
“ได้ ไม่เป็นไร” เซี่ยหลินอวี่พยักหน้าเบา ๆ
เมื่อนึกถึงท่าทางร่าเริงแจ่มใสของน้องสาวตอนเดินลงมาข้างล่าง คำถามที่เซี่ยหลินอวี่อยากถามพลันติดอยู่ในลำคอ
ช่างเถอะ ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดออกไปให้เธอเสียอารมณ์เลย
เขาจึงเปลี่ยนไปถามว่า “งั้นอาทิตย์นี้หลิงหลิงจะกลับบ้านไหม พี่ไปรับได้นะ”
“ค่อยว่ากัน”
เห็นหลู่ซางหลิงใช้คำตอบเดิมมาบ่ายเบี่ยงอีกครั้ง เซี่ยหลินอวี่ก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอีกว่า “งั้นให้พี่ไปส่งพวกเธอไหม”
“ไม่ต้อง เราเรียกรถไว้แล้ว” หลู่ซางหลิงปฏิเสธอีกครั้ง
เซี่ยหลินอวี่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหลุบตาลงแล้วยิ้มให้หลู่ซางหลิงอย่างอ่อนโยน “ได้ เที่ยวให้สนุกนะ”
พูดจบ เซี่ยหลินอวี่ก็หันกลับไปขึ้นรถ ขับออกไป
