เซี่ยหลินอวี่เพิ่งรู้ว่า ที่แท้น้องสาวก็มีวันที่หลบหน้าเขาเหมือนกัน
ช่วงนี้นางหลบหน้าเขาหนักขึ้นทุกที
ไม่มาหาเขาด้วยตัวเองอีก ไม่โผเข้าหาอ้อมแขนเขาอีก ยิ่งไม่มานอนออดอ้อนในห้อง บอกว่าอยากนอนด้วยกัน
ยามเขาเข้าใกล้ หลู่ซางหลิงจะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว คอยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดทุกรูปแบบ
แม้แต่ตอนเซี่ยหลินอวี่ช่วยเป่าผมให้ นางก็ยังหาเหตุผลมาทำเอง
ถ้าไม่มีเรียนก็เอาแต่นอนอืดอยู่บ้าน ถ้ามีเรียนก็หาข้ออ้างปฏิเสธไม่ให้เขาไปส่ง
หลู่ซางหลิงตอบข้อความของเขาช้าลงเรื่อย ๆ ข้อความก็สั้นลงทุกที ทั้งยังไม่ส่งเสียงหรือสติกเกอร์มาอีก
เซี่ยหลินอวี่โทรไปถาม หลู่ซางหลิงมักปล่อยให้รอสักพักกว่าจะรับ และคำตอบก็มีแต่
“ไม่มีอะไร” “เหนื่อยนิดหน่อย” “กำลังยุ่ง”
ทุกครั้งที่เซี่ยหลินอวี่กลับจากทำงานล่วงเวลา ก็ไม่มีเงาของหลู่ซางหลิงรออยู่ในห้องนั่งเล่นอีกแล้ว ประตูห้องของนางปิดสนิท ไม่มีแสงไฟลอดออกมาแม้แต่น้อย
สิ่งที่นางทำไม่ได้แยบยลอะไรนัก
เซี่ยหลินอวี่คิดว่า บางทีจูบในวันนั้นอาจล้ำเส้นเกินไป จนหลู่ซางหลิงเพิ่งมารู้สึกกลัวเอาทีหลัง
เซี่ยหลินอวี่ไม่ได้เข้าใกล้นางอีก ในช่วงที่เว้นระยะให้นางค่อย ๆ ทำใจ เขาก็เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปิดอกคุยกันมาตลอด
เขาจะพิสูจน์ให้พ่อแม่เห็นว่า นี่ไม่ใช่แค่ความหุนหันชั่ววูบ และเขาจะเป็นคนที่เหมาะสมกับหลู่ซางหลิงที่สุด
เขาจะทำให้พวกท่านรู้ถึงความมุ่งมั่นของตน
แต่สิ่งที่เซี่ยหลินอวี่คิดไม่ถึงก็คือ หลู่ซางหลิงกลับยิ่งหลบหน้าเขาหนักกว่าเดิม
