เด็กสาวหันมาตามเสียง ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น ทว่าทันทีที่มองเห็นเขาชัด ๆ รอยยิ้มสดใสก็ผลิบานขึ้นบนใบหน้า
“ที่แท้ก็ท่านนี่เอง คุณชายเผย” ปลายเสียงของนางยกขึ้นแผ่วเบา น้ำเสียงหวานนุ่มน่าฟัง
ลูกกระเดือกของเผยจี้จ้าวขยับเล็กน้อย สายตากลับไม่อาจละจากนางได้
พวกขอทานที่นอนเกาคันอยู่บนพื้นพอได้ยินคำพูดนี้ก็ปิดปากเงียบ ไม่กล้าด่าต่ออีก
เผยจี้จ้าวเหลือบมองคนเหล่านั้นอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อเห็นว่าพวกเขาเพียงโดนผงคันเล่นงาน สายตาก็หันกลับไปจับจ้องลู่ซางหลิงอีกครั้ง
“วันหน้า มาที่จวนตระกูลเผยกินข้าวกับข้า”
อย่างมากก็แค่เพิ่มตะเกียบอีกคู่ ไม่จำเป็นต้องแย่งหมั่นโถวกับคนพวกนี้
เมื่อลู่ซางหลิงเห็นว่าเผยจี้จ้าวเข้าใจผิด นางก็ไม่คิดอธิบาย เพียงพยักหน้าพลางยิ้มละไม “ได้สิ”
“ไปกันเถอะ”
ลู่ซางหลิงเดินตามเผยจี้จ้าวออกไปอย่างว่าง่าย
เผยจี้จ้าวเหลือบมองมวยผมที่ยังหลวมรุ่ยของลู่ซางหลิง ก่อนสายตาจะเลื่อนไปหยุดบนใบหน้าเปรอะเปื้อนของนาง เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้
“เช็ดหน้าเสีย”
ลู่ซางหลิงยื่นมือไปรับ ปลายนิ้วเฉียดผ่านมือของเผยจี้จ้าวโดยไม่ตั้งใจ “ขอบคุณคุณชายเผย”
ข้อนิ้วของเผยจี้จ้าวงอเล็กน้อย ก่อนชักมือกลับอย่างไม่รีบร้อน น้ำเสียงยังคงเป็นปกติ “ข้าชื่อจี้จ้าว”
“อ้อ”
ลู่ซางหลิงเช็ดหน้าอย่างลวก ๆ พอกำลังจะลดผ้าลง เผยจี้จ้าวก็ยื่นมือมาห้ามไว้
เผยจี้จ้าวรับผ้าเช็ดหน้ากลับมา จากนั้นประคองใบหน้าของลู่ซางหลิงขึ้นเบา ๆ แล้วเช็ดบริเวณที่นางเช็ดไม่ถึงให้สะอาดอย่างตั้งใจ
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ เผยจี้จ้าวถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตนล่วงเกินเกินควรแล้ว
“ขออภัย” เผยจี้จ้าวหลุบตาลง ก่อนเก็บผ้าเช็ดหน้ากลับเข้าแขนเสื้ออย่างแนบเนียน
