เผยจี้จ้าวเบนสายตาหนีไปตามสัญชาตญาณ ทว่าหางตากลับเหลือบเห็นมวยผมบนศีรษะของนาง จึงอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองอีกครั้ง
เผยจี้จ้าวจ้องมวยผมสองมวยนั้นเขม็ง พลางอดคิดไม่ได้ว่า ใครกันมัดของพรรค์พัง ๆ สองมวยนี้ให้นาง?
น่าเกลียดจะตาย
ทั้งกระโปรงทั้งรองเท้าก็ขาดรุ่งริ่ง
ซ่งอี้เสวียนก็ไม่ได้ขัดสนเงินทองเสียหน่อย จำเป็นต้องปล่อยให้คนข้างกายนางแต่งตัวซอมซ่อขนาดนี้ด้วยหรือ?
เผยจี้จ้าวขมวดคิ้วน้อย ๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น
เมื่อสังเกตเห็นสายตาของจี้จ้าว ซ่งอี้เสวียนก็แนะนำว่า “คนนี้คือสหายที่ข้าเพิ่งรู้จัก นางชื่อหลู่ซางหลิง”
“อืม” เผยจี้จ้าวละสายตากลับอย่างเฉยชา เดินผ่านทั้งสองไปโดยไม่หันมอง แล้วจากไป
ซ่งอี้เสวียนเห็นดังนั้นก็รีบจูงหลู่ซางหลิงตามไป “จี้จ้าว เจ้าจะไปฝึกดาบหรือ?”
เผยจี้จ้าวไม่ได้ตอบ พอสังเกตเห็นว่าหลู่ซางหลิงเดินตามมาไม่ค่อยทัน ฝีเท้าของเขาก็ช้าลงโดยไม่รู้ตัว
เมื่อทั้งสองตามทัน เผยจี้จ้าวก็เห็นว่ามวยผมบนศีรษะของหลู่ซางหลิงเอียงยิ่งกว่าเดิม ราวกับจะหลุดมิหลุดแหล่ อีกทั้งยังมีปอยผมปรกอยู่ข้างแก้มหลายเส้น ดูราวกับลูกแมวน้อยน่าสงสาร
แววตาของเผยจี้จ้าวไหววูบเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำ เพียงมุ่งหน้าไปยังลานฝึกยุทธ์ด้านหน้าเรือน
ไหน ๆ ก็เจอกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องกลับไปลานด้านหลังอีก
เผยจี้จ้าวไม่สนใจทั้งสองคน หลังชักดาบยาวสีดำสนิทออกจากฝัก ก็เริ่มฝึกฝนราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
ซ่งอี้เสวียนชินกับภาพเช่นนี้มานานแล้ว จึงพาหลู่ซางหลิงไปนั่งบนขั้นบันไดหินข้าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว พลางมองเผยจี้จ้าวฝึกดาบไม่วางตา
