ฤดูใบไม้ผลิปีถัดมา ทั้งสองตระกูลมารวมตัวกันที่จวนตระกูลเผย
ลู่ซางหลิงเอียงศีรษะพินิจไหสุราบนโต๊ะ ดวงตาหางท้อเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เผยจี้จ้าวสังเกตเห็นสายตาของนาง จึงค่อย ๆ วางเนื้อกุ้งที่แกะเปลือกแล้วลงในจาน ก่อนเลื่อนจานไปไว้ข้างมือลู่ซางหลิงเบา ๆ
เผยจี้จ้าวเช็ดมือจนสะอาด แล้วจึงเอ่ยช้า ๆ ว่า “ห้ามดื่ม”
“เหตุใดเล่า?” ลู่ซางหลิงกวาดตามองเนื้อกุ้งที่กองสูงเป็นภูเขาลูกย่อม แล้วแอบเตะเผยจี้จ้าวใต้โต๊ะหนึ่งที
เผยจี้จ้าวหนีบขาของลู่ซางหลิงที่ก่อกวนไว้โดยไม่แสดงสีหน้า ไม่ยอมอ่อนข้อให้ “ฤทธิ์แรง เดี๋ยวเมา”
ลู่ซางหลิงแค่นเสียงเบา ๆ พึมพำเสียงค่อย “ท่อนไม้เผย เจ้าน่าชังนัก”
“อืม ข้าน่าชัง” เผยจี้จ้าวตอบอย่างสุขุม ก่อนตักน้ำแกงอุ่น ๆ ให้นางอีกชาม
ฮูหยินเผยฟังทั้งสองเถียงหยอกกันแล้วอดยิ้มไม่ได้ จึงหันไปสั่งบ่าวที่อยู่ข้างกายให้นำสุราผลไม้ที่นางหมักไว้ออกมา
ฮูหยินเผยให้คนรินสุราลงถ้วยของลู่ซางหลิงครึ่งถ้วย “หลู่ซางหลิง ลองชิมดูสิ”
“ท่านป้าดีกับข้าที่สุดเลย” ลู่ซางหลิงเลิกคิ้ว ยกถ้วยสุราขึ้น แล้วเชิดคางใส่เผยจี้จ้าวอย่างได้ใจ
เผยจี้จ้าวจนใจ “ท่านแม่ ท่านตามใจนางเกินไปแล้ว”
“แม่ยังตามใจนางไม่เท่าเจ้าเลย” ฮูหยินเผยยิ้มพลางโต้กลับ
เผยจี้จ้าวชะงักไป ก่อนจะเงียบเสียง
เพียงไม่กี่ประโยค ลู่ซางหลิงก็ดื่มสุราผลไม้ครึ่งถ้วยนั้นจนหมด
