วันรุ่งขึ้น
การประชุมจบลง เสิ่นจือเหยียนเดินออกมาเป็นคนแรก เลขาหลินกับเจียงเซียงเสวี่ยเดินตามหลังเขาไปตามทางเดินอย่างไม่รีบร้อน
เลขาหลินรายงานกำหนดการช่วงบ่ายเสียงเบา “...บ่ายสี่โมงมีประชุมทางไกลกับต่างประเทศอีกหนึ่งครั้งค่ะ อีกเรื่องคือคุณหลู่มาถึงแล้ว ตอนนี้อยู่ในห้องทำงานประธานบริษัทค่ะ”
ฝีเท้าของเสิ่นจือเหยียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะก้าวยาว ๆ มุ่งหน้าไปยังห้องทำงานประธานบริษัท ฝีเท้าเร่งรีบแต่ไม่รวนเร
“ต่อไปให้รายงานเรื่องของซางหลิงก่อน”
“ได้ค่ะ ประธานเสิ่น”
เจียงเซียงเสวี่ยเดินตามหลังเขาไปเหมือนเป็นเพียงฉากหลัง ตลอดทางไม่มีโอกาสแทรกคำพูดแม้แต่คำเดียว
พอได้ยินเสิ่นจือเหยียนบอกให้รายงานเรื่องของหลู่ซางหลิงก่อน เจียงเซียงเสวี่ยก็รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกขึ้นมา จนอดกอดแฟ้มเอกสารในอ้อมแขนให้แน่นขึ้นไม่ได้
ช่วงนี้เธอทำงานอยู่ข้างกายเสิ่นจือเหยียน แม้จะไม่ได้ใกล้ชิดกันบ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่ได้เข้าใกล้ เธอก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงเสน่ห์ของเขา รวมถึงรัศมีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ความสุขุมและมีเหตุผลยามจัดการงาน ตลอดจนอัธยาศัยอ่อนโยนและรู้จักวางตัวกับผู้อื่น ล้วนทำให้เธอถูกดึงดูดโดยไม่รู้ตัว ความชื่นชอบและความเลื่อมใสในใจยิ่งยากจะห้ามปรามขึ้นทุกที
แต่ทำไมในสายตาของเสิ่นจือเหยียนถึงมีแต่หลู่ซางหลิงล่ะ?
ประตูห้องทำงานเปิดออก เสิ่นจือเหยียนเดินตรงไปหาหลู่ซางหลิงที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานของเขา
เขาก้มตัวลงเล็กน้อย มือซ้ายประคองท้ายทอยของหลู่ซางหลิง มือขวาค้ำลงบนโต๊ะ ก่อนจะประทับจุมพิตแผ่วเบาลงบนริมฝีปากของเธออย่างเป็นธรรมชาติและคุ้นเคย
