ศาลากลาง
หมู่ขุนนางบ้างล้มระเนระนาดอยู่กับพื้น บ้างซบหลับบนโต๊ะทำงาน ม้วนหนังสือสานไม้ไผ่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นรอการเก็บกวาด
หานโยวกุมชามซุปไก่หอมกรุ่นกับเกี๊ยวน้ำลูกเล็กก้าวเข้ามาในเรือน ระหว่างเดินผ่านสหายร่วมงานที่นอนกรนอยู่บนพื้นยังเตะไปทีหนึ่ง “ตื่นได้แล้ว ฟ้าสว่างแล้ว!”
สหายที่ถูกเตะคลานเขยื้อนตามกลิ่นซุปไก่ลุกขึ้นมา
“หอมจริง อาหานโยวน้อย เจ้าเอาอะไรอร่อยๆ มาอีกแล้วรึ?” พูดพลางลุกขึ้นอย่างงัวเงีย มุ่งหน้าเข้าใกล้หานโยว
หานโยวปกป้องชามในมืออย่างรังเกียจ “หลีกไป ใช่ของเจ้า เป็นของใต้เท้า”
สหายหัวเราะแหะๆ หาได้ยอมแพ้ไม่ เพียงแต่ยอบตัวรออยู่ตรงมุมทางเข้าห้องชั้นใน
ใครบ้างไม่รู้ว่าใต้เท้ามิได้ใส่ใจรสชาติอาหาร ทุกเช้าเพียงรับประทานโจ๊กขาวกับผักเคียงเล็กน้อยอย่างเบาบาง ห้องครัวมิใช่ไม่เคยแปลงสารพัดเมนูเลิศรส หากของที่เกินล้วนถูกใต้เท้าประทานให้พวกเขา
ดูเถิด อีกประเดี๋ยวก็ต้องถูกยกออกมาอย่างไม่แตะต้องแน่
หานโยวกุมชามก้าวเข้าสู่ห้องชั้นใน
หลังฉากกั้น หน้าต่างไม้ปิดสนิท แสงสว่างริบหรี่ ร่างหนึ่งสวมอาภรณ์ขุนนางสีแดงเข้ม เท้าขมับด้วยมือข้างเดียวพักสายตาอยู่เงียบๆ ข้างกายเทียนไขสีขาวมอดไหม้หมดสิ้นแล้ว หยาดเทียนไหลย้อยตามเชิงเทียนลงมาเกาะแข็งบนโต๊ะ
