ทางฝั่งลู่เหวย์ หลังจากออกจากวลาดิวอสต็อก ก็ตรงไปที่สุยเหอเลย
ตอนออกจากห้วงมิติ เขายืนอยู่บนพื้นที่รกร้างคุ้นตาชานเมืองสุยเหอ
พระอาทิตย์ขึ้นสูงแล้ว แผดเผาจนหญ้าริมทางเหี่ยวเฉา น้ำค้างก็แห้งไปตั้งนานแล้ว
หมู่บ้านไกลๆ มีควันไฟหุงข้าวลอยขึ้นมา บิดเบี้ยว ก่อนจะสลายไปตามสายลม
แม่ไก่สองสามตัวคุ้ยเขี่ยหาอาหารอยู่ริมทาง ส่งเสียงกุ๊กๆ พอเห็นเขาเดินมา ก็กระพือปีกวิ่งหนีไป
เขาเอารถคามาซออกมาจากห้วงมิติ ในตู้บรรทุกเต็มไปด้วยสินค้า นาฬิกาดิจิทัล กล่องช็อกโกแลต กล่องบะหมี่แห้ง แล้วก็กระป๋องผลไม้สารพัดชนิด
สตาร์ตเครื่องยนต์ เสียงดีเซลกระหึ่มขึ้นมา ดังแสบแก้วหูเป็นพิเศษในย่านชานเมืองอันเงียบสงบ
รถวิ่งไปตามถนนลูกรังมุ่งหน้าเข้าเมือง สภาพถนนยังคงแย่เหมือนเดิม ขรุขระ พวงมาลัยสั่นตามไปด้วย
พอใกล้ถึงตรอกที่เป็นลานสินค้า เขาก็มองเห็นแต่ไกลว่าหน้าประตูลานมีคนกลุ่มใหญ่มุงอยู่ แน่นขนัด อย่างน้อยก็สามสี่สิบคน
มีทั้งชายหญิง บ้างก็ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น บ้างก็ใส่เสื้อแจ็กเก็ต แล้วก็มีที่ใส่สูท ร้อนๆ อย่างนี้ยังผูกเนกไทแน่น เหงื่อซึมจนปกเสื้อเชิ้ตชุ่มโชก
