เรือนหลั่นเยวี่ย
หลังกลับมา เจียงเฟิ่งหัวก็สงบจิตฝึกคัดอักษรอยู่ตลอด กระทั่งเหลียนเย่รายงานข่าวเซี่ยซางไปเรือนถานเซียง นางจึงวางพู่กันขนหมาป่าลง «เป็นไปตามคาด»
«คืนนี้ท่านอ๋องเกรงว่าจะเข้าหอร่วมเรียงเคียงหมอนกับสตรีผู้นั้น» เหลียนเย่ยิ่งคิดก็ยิ่งขุ่นเคือง อดบ่นไม่ได้ «ท่านอ๋องชอบซูถิงหว่านตรงไหนกัน นางไม่มีเค้าสตรีตระกูลใหญ่แม้แต่น้อย แม้แต่คำเรียกขานให้เกียรติก็ยังไม่รู้จัก ท่านอ๋องกลับชอบสตรีเช่นนี้»
เจียงเฟิ่งหัวมิได้ใส่ใจกับคำพูดของเหลียนเย่ ชาติก่อนนางก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเซี่ยซางจึงโปรดปรานซูถิงหว่านถึงเพียงนั้น วันนี้ยิ่งมองไม่ออก เขาถึงกับจัดพิธีแต่งงานกับนางในศาลเจ้าที่ แล้วยังขี่ม้าเข้าเมืองอย่างเอิกเกริก
นางรู้สึกอยู่เสมอว่าไม่ว่าตนจะก่อเรื่องอย่างไร เซี่ยซางก็ต้องแต่งซูถิงหว่านเข้าจวนอยู่ดี
นิสัยของเซี่ยซางในอีกสิบปีข้างหน้าแตกต่างจากยามนี้อย่างยิ่ง หรือจะกล่าวให้ถูกคือ นิสัยของเซี่ยซางหลังขึ้นครองราชย์กับก่อนขึ้นครองราชย์แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
เจียงเฟิ่งหัวนวดหว่างคิ้ว นับแต่เกิดใหม่ นางก็เริ่มจับตาดูเซี่ยซาง นางจำได้ว่าปีนั้นตนเพิ่งอายุห้าขวบ ส่วนเขาอายุสิบห้า นางเกิดใหม่มาเจอเข้ากับช่วงที่เขาเพิ่งมีชัยชนะกลับมา กำลังฮึกเหิมลำพองใจ
แต่ทั้งที่เขาสร้างความดีความชอบใหญ่หลวง กลับถูกฮ่องเต้ลงโทษ นางเห็นเขาร้องไห้ ทั้งเศร้าโศกเสียใจและร่ำไห้ฟูมฟาย น้ำหูน้ำตานองหน้า ครั้งนั้นเป็นครั้งเดียวในรอบสิบปีที่นางได้พบเขา หลังจากนั้นนางก็ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกเลย
