หลังซูกุ้ยเฟยกับผู้ดูแลเฉาจากไป จวนอ๋องเหิงก็กลับมาเงียบสงบ เจียงเฟิ่งหัวตรงกลับเรือนหลั่นเยวี่ย ส่วนซูถิงหว่านถูกจัดให้อยู่ที่เรือนถานเซียงในเรือนฝั่งตะวันตก
จังหวะนั้นเอง เซี่ยซางกลับตามมาถึงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เอ่ยถามเจียงเฟิ่งหัวว่า “อาการเท้าของเจ้าดีขึ้นบ้างหรือยัง?”
เจียงเฟิ่งหัวไม่คิดว่าเซี่ยซางจะตามนางมาถึงเรือนหลั่นเยวี่ย ทั้งที่ซูถิงหว่านเข้าจวนมาแล้ว
นางคิดว่าชาตินี้เซี่ยซางคงไม่รีบรับซูถิงหว่านเข้าจวนถึงเพียงนี้ ไม่คิดว่าสุดท้ายก็หนีชะตากรรมจากชาติก่อนไม่พ้น
ซูถิงหว่านยังคงเข้าจวนในวันที่ 24 เดือน 3
นางยอบกายคำนับเล็กน้อย “ดีขึ้นมากแล้วเพคะ”
เซี่ยซางจำได้ชัดเจนว่านางเดินอย่างเชื่องช้า คงเป็นเพราะอาการยังไม่หายดี “สุราทาที่สำนักหมอหลวงใช้ได้ผลดีมาก ทั้งยังเห็นผลรวดเร็ว”
“หม่อมฉันทราบเพคะ ทาสุรานวดแล้วจึงไม่ค่อยเจ็บเหมือนก่อน เดินเหินก็ไม่ต้องให้ใครประคองแล้ว” เจียงเฟิ่งหัวกล่าวด้วยน้ำเสียงห่างเหิน แววตาอ่อนโยน
“วันนี้ถูกน้ำร้อนลวกใช่หรือไม่?” เซี่ยซางถามขึ้นอย่างไม่มีที่มา
เจียงเฟิ่งหัวเบิกตากว้าง ก่อนจะเข้าใจอย่างรวดเร็ว นางเป็นฝ่ายเลิกแขนเสื้อ เผยให้เห็นข้อมือขาวผ่อง นิ้วเรียวยาวขาวเนียน เล็บตัดแต่งเป็นทรงกลมสวยงาม
มือคู่นี้งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
นางเอ่ยเสียงอ่อนโยน “ทายาแล้ว ยามนี้ไม่เป็นไรแล้ว แดงเพียงเล็กน้อย ไม่เป็นอันใด ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ทรงห่วงใยเพคะ”
“ฟ้ามืดแล้ว ท่านอ๋องเดินทางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน พระชายารองซูก็คงกำลังรอท่านอ๋องอยู่ เฟิ่งหัวจึงไม่รั้งท่านอ๋องไว้ดื่มชาแล้วเพคะ”
