อีกด้านหนึ่ง แม่นมสี่กลับถึงตำหนักคุนหนิงก็เอ่ยชมเจียงเฟิ่งหัวไม่ขาดปาก ทั้งยังนำไปเปรียบเทียบกับซูถิงหว่าน พร้อมกล่าวชมว่าฮองเฮาทรงเลือกคนได้ดี
ฮองเฮาตรัสว่า “นางเป็นสะใภ้ที่เปิ่นกงเลือกด้วยตนเอง สิ่งที่เปิ่นกงเห็นคุณค่าก็คือข้อนี้ ทว่านางได้รับการยอมรับจากฝ่าบาท นับว่ายังมีสติปัญญาอยู่บ้าง หากนางคิดถึงซางเอ๋อร์อย่างจริงใจ เปิ่นกงจะส่งเสริมนางแล้วอย่างไรเล่า”
หากไม่เป็นเช่นนั้น จะทอดทิ้งนางก็ไม่เป็นไร ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่านางมีคุณค่าพอจะอยู่ข้างกายซางเอ๋อร์หรือไม่
ถึงอย่างไรก็มิใช่ธิดาแท้ ๆ ของตน ขอเพียงเจียงเฟิ่งหัววางตัวได้เหมาะสม ต่อให้เปิ่นกงแสร้งทำเสมือนปฏิบัติต่อนางดังธิดาแท้ ๆ ก็ไม่เป็นไร
“ซางเอ๋อร์ฉลาดมาตั้งแต่เล็ก ไม่ว่าเขาจะทำสิ่งใด เปิ่นกงก็วางใจ เพียงแต่ในใจเขายังคงห่วงหาแต่ซูถิงหว่าน จึงไม่เคยร่วมเรียงเคียงหมอนกับเจียงเฟิ่งหัวเสียที”
ฮองเฮาทรงมีแววกังวลเต็มพระเนตร “ซูกุ้ยเฟยคิดให้สตรีนางหนึ่งควบคุมโอรสของเปิ่นกง เปิ่นกงไม่มีทางปล่อยให้นางสมปรารถนา ในเมื่อเจียงเฟิ่งหัวเข้าวังมาแล้ว ก็ให้นางทำหน้าที่ภรรยาให้ดี”
แม่นมสี่กลอกตาคราหนึ่ง “เมื่อไม่มีพระชายารองซูอยู่ ก็เป็นโอกาสให้ท่านอ๋องกับพระชายาสร้างความรู้สึกดีต่อกัน พระชายางดงามถึงเพียงนั้น เชื่อว่าย่อมทำให้ท่านอ๋องหวั่นไหวได้ บ่าวได้ยินมาว่าเมื่ออยู่ในจวน ท่านอ๋องก็เคยนอนในห้องของพระชายาติดต่อกันหลายคืน ขอเพียงพวกเราช่วยเติมเชื้อไฟอีกสักหน่อย...”
ฮองเฮาเฉิงตรัสเสียงเย็น “ไม่ได้ ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าพระวรกายของซางเอ๋อร์ การวางยาเขาเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้เด็ดขาด หากเจียงเฟิ่งหัวยังรั้งใจซางเอ๋อร์ไม่ได้ ก็ส่งสตรีที่ฉลาดสักสองสามคนเข้าไปในจวน”
