ภายในตำหนักคุนหนิง แม่นมวังรายงานเรื่องที่พวกเขายังไม่ได้ร่วมเรียงเคียงหมอนให้ฮองเฮาเฉิงทราบแต่แรก เรื่องเล็กน้อยที่เกิดขึ้นด้านนอก ฮองเฮาย่อมทรงทราบแล้วเช่นกัน ไม่ว่าเจียงเฟิ่งหัวจะทำได้อย่างไร อย่างน้อยนางก็รักษาหน้าตาของตนไว้ได้
ฮองเฮาเฉิงเลิกคิ้วเรียวงามขึ้นเล็กน้อย ตรัสเรียบ ๆ ว่า “หากเจียงเฟิ่งหัวเป็นสตรีมีความสามารถ เรื่องร่วมเรียงเคียงหมอนช้าหรือเร็วย่อมเกิดขึ้น จากที่เห็นในวันนี้ เปิ่นกงกลับเลือกหวางเฟยที่ดีให้ซางเอ๋อร์ได้คนหนึ่ง”
“ท่านอ๋องประคองขึ้นประคองลง คงโปรดหวางเฟยอยู่ไม่น้อย” แม่นมสี่กล่าวเสริม “องค์หญิงเก้าก็ไม่รู้จักธรรมเนียมเอาเสียเลย มาถึงหน้าประตูวังแล้วแท้ ๆ ยังไม่เข้ามาถวายความเคารพฮองเฮา ไม่รู้ว่ากุ้ยเฟยอบรมสั่งสอนกันอย่างไร”
“ไม่ช้าก็เร็ว นางต้องได้รับบทเรียน” ฮองเฮาเฉิงเองก็ทรงรังเกียจเซี่ยหลิงเอ๋อร์
แม่นมสี่ยิ้มเยาะอย่างสาแก่ใจ “นับแต่กำหนดพิธีสมรสของท่านอ๋องได้ กุ้ยเฟยก็ไปกราบทูลฮ่องเต้ทั้งน้ำตา บอกว่าคุณหนูซูและท่านอ๋องมีใจให้กัน อยากขอพระเมตตาให้คุณหนูซู สุดท้ายฮ่องเต้ตรัสเพียงว่าราชโองการย่อมไม่คืนคำ จึงปฏิเสธกุ้ยเฟย สีหน้าตอนนั้นช่างน่าเกลียดยิ่งนัก นับว่าฝ่าบาททรงช่วยระบายความอัดอั้นแทนฮองเฮาแล้ว ยังเป็นเพราะฮองเฮาทรงหลักแหลม ขอราชโองการก่อนกุ้ยเฟยหนึ่งก้าว”
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ สีพระพักตร์ฮองเฮาก็พลันหม่นลง “นางยุยงหลานสาวให้มายั่วยวนโอรสของเปิ่นกง ทำให้ซางเอ๋อร์ลุ่มหลงจนหัวปักหัวปำ ในเมื่อซางเอ๋อร์ชอบ เปิ่นกงก็ไม่ทำเรื่องขัดขวางคู่รักจนทำลายความสัมพันธ์แม่ลูก เปิ่นกงจะให้นางสมปรารถนา ได้เป็นเพียงอนุ”
