หลินอวี่รู้ว่าเจียงเฟิ่งหัวมีปณิธานสูงส่งมาตั้งแต่เยาว์วัย อีกทั้งลงมือทำสิ่งใดก็ไม่ธรรมดา
ครึ่งปีก่อน เมื่อราชโองการพระราชทานสมรสลงมา เจียงเฟิ่งหัวก็ตอบรับด้วยความยินดี ทั้งยังดีใจไม่น้อย นางจึงคิดว่าเจียงเฟิ่งหัวมีใจให้อ๋องเหิงเซี่ยซาง
ทว่าอีกฝ่ายกลับบอกนางว่าไม่ได้ชอบเขา และต่อไปก็ไม่มีวันชอบ
หลินอวี่ถึงกับตะลึงงัน
หลินอวี่กับเจียงเฟิ่งหัวรู้จักกันมาเกือบสิบปีแล้ว นับแต่ครั้งนั้น ทั้งสองมิได้เป็นเพียงนายบ่าว หากยังเป็นพันธมิตรและสหายสนิทที่สุด
ต่อมาเจียงเฟิ่งหัวออกเงินให้กิจการหอสุราแห่งนี้ หลินอวี่ในวัยเยาว์จึงได้เป็นเจ้าของหอ แน่นอนว่าการตัดสินใจทุกอย่างล้วนมีเจียงเฟิ่งหัวคอยชี้นำอยู่เบื้องหลัง
ทั้งสองพบกันครั้งแรกที่หอสอนรำ ภายนอกอ้างว่าเป็นหอสอนรำ ทว่าแท้จริงแล้วเป็นหอนางโลม
แต่สถานการณ์ของทั้งสองกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หลินอวี่ถูกขายเข้าไปในหอสอนรำ ชะตาชีวิตของนางถูกกำหนดให้ต้องทุกข์ทรมาน อยู่ก็ไม่สู้ตาย ทั้งชีวิตต้องคอยเอาใจและปรนนิบัติบุรุษ นั่นคือปลายทางของนาง เมื่อเข้าไปอยู่ในหอนางโลม นางก็สิ้นหวังไปแล้ว
ทว่าสวรรค์คล้ายรวบรวมโชคดีทั้งชีวิตของนางไว้ในวันนั้น
วันนั้นเจียงเฟิ่งหัวซึ่งมีอายุเพียงหกขวบปลอมตัวเป็นบุรุษ แล้วเดินเข้าไปในหอสอนรำด้วยตนเอง จุดประสงค์คือเพื่อเรียนรู้ทุกสิ่งที่หอสอนรำแห่งนี้สอนได้ นั่นคือคำพูดของนางในเวลานั้น
ครานั้นไม่เพียงหลินซวงเหนียงจื่อ นางรำยังตะลึงงัน หลินอวี่เองก็ตะลึงไม่แพ้กัน
ตอนนั้นเจียงเฟิ่งหัวใช้เงินซื้อตัวหลินอวี่ หากกล่าวอย่างเคร่งครัด ความสัมพันธ์ของทั้งสองคือเจ้านายกับบ่าว ทว่าเจียงเฟิ่งหัวกลับเรียกตนว่าเป็นสหาย ไม่มีผู้ใดรู้ที่มาของนาง ขอเพียงมีเงินจ่าย หลินซวงเหนียงจื่อก็ไม่ใส่ใจว่าเด็กหญิงวัยไม่กี่ขวบจะมีพฤติกรรมผิดแผกไปเพราะเหตุใด
