ในที่สุด ตอนโหยวจื่อผัดแตงกวากับหมูที่หั่นเป็นชิ้นประหลาดจนเป็นอาหารจานหนึ่ง มือของเธอก็พองเป็นตุ่มน้ำ
บนโต๊ะมีกับข้าวสองจาน แตงกวากับหมูผัดไหม้
แล้วก็หมูเปรี้ยวหวานที่หลินทิงทำมา ดูดี กลิ่นหอม รสชาติอร่อย
“โหยวจื่อ มากินข้าว!”
โหยวจื่อชอบกินหมูเปรี้ยวหวานที่สุด
โดยเฉพาะที่แม่ทำ
ตะเกียบแรกยื่นออกไป กำลังจะคีบหมูเปรี้ยวหวาน หลินทิงกลับตีตะเกียบของเธอ
“ก่อนที่หนูจะหัดทำแตงกวาผัดหมูเป็น ห้ามกินหมูเปรี้ยวหวานที่แม่ทำ”
โหยวจื่อน้อยพลันรู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที
ขนตายาวเปียกชื้น น้ำตาจะหยดลงมา
หลินทิงพูดเสียงเข้ม “ไม่ให้ร้องไห้ กินแตงกวาผัดหมูไหม้ที่หนูผัดเองไป”
ส่วนตัวเองก็คีบหมูเปรี้ยวหวานกิน “ตั้งแต่วันนี้ หนูต้องรู้ว่าอยากกินอะไร ต้องทำเองเป็น อยากได้อะไร ก็ต้องผ่านความพยายามของตัวเองถึงจะได้ ใคร ๆ ก็ไม่มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการของหนู ไม่มีหน้าที่ช่วยหนู”
หลินทิงดูเหมือนกำลังกินข้าวสวยธรรมดา แต่ที่จริงใช้หางตาเหลือบมองมือเล็ก ๆ ที่บาดเจ็บของโหยวจื่อ
แผลจากมีด แผลจากน้ำร้อนลวก
เห็นแล้วสะเทือนใจ!
คืนวันนั้น โหยวจื่อกินแตงกวาผัดหมูไหม้ที่ตัวเองทำพลางคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ แม่ถึงเข้มงวดขึ้นมา
