เสียงของเจียงอวี้เอ่ยขึ้นมาแค่ประโยคเดียว หลินทิงก็จำได้ในทันที
น้ำเสียงตำหนิที่เจือด้วยความรังเกียจเธออย่างสุดซึ้ง
เธอไม่ได้สนใจว่าเจียงอวี้เกลียดเธอมากแค่ไหน ถอดเข็มน้ำเกลือออกจากมือแล้วลุกจากเตียง ก่อนจะรีบร้อนเดินออกไปข้างนอก
ในสายโทรศัพท์ เธอถามด้วยความเป็นห่วง
“คุณเจียง โหยวจื่ออยู่กับคุณเหรอคะ”
“โหยวจื่อเป็นอะไรคะ พวกคุณอยู่ที่ไหน ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
พยาบาลเห็นเธออ่อนแรงจนเหมือนจะล้ม
แถมยังเห็นมือข้างที่ให้น้ำเกลืออยู่ มีเลือดหยดเป็นทางยาวไปถึงประตู จึงพยายามตะโกนเรียก
“เฮ้ย คุณจะไปไหน คุณยังไปไม่ได้นะ เลือดออกแล้ว”
หลินทิงจะสนใจสิ่งเหล่านี้ได้ยังไง
โหยวจื่อน้อยต้องเกิดเรื่องแน่ๆ ทางโรงเรียนถึงโทรมาหลายสายขนาดนั้น
แต่ดันเป็นจังหวะที่เธอเป็นลมที่ตลาดผัก
ตอนนี้มีไข้ขึ้นสูง สมองเบลอไปหมด เวลาเดินเท้าก็เหมือนเหยียบอยู่บนปุยนุ่น
ในเอกสารครอบครัวของโหยวจื่อ ช่องบิดากรอกชื่อเจียงอวี้ไว้
เพราะเธอกลัวว่าตัวเองจะต้องจากไปในวันใดวันหนึ่งอย่างกะทันหัน
อาจจะตายระหว่างทางไปรับโหยวจื่อ หรือตายอยู่ที่บ้าน ตอนนั้นก็จะไม่มีใครไปรับโหยวจื่อกลับบ้าน
และเธอก็มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าเจียงอวี้จะต้องยอมรับโหยวจื่อแน่
จึงได้เบอร์เจียงอวี้ไว้ที่โรงเรียน
ต้องเป็นเพราะคุณครูติดต่อเธอไม่ได้แน่ๆ ถึงได้โทรไปหาเจียงอวี้
เธอเดินพลางถามอย่างร้อนรน “คุณเจียง โหยวจื่อเป็นยังไงบ้างคะ ขอคุยกับเธอสักคำได้ไหม”
“หลินทิง เธอยังกล้าถามฉันอีกเหรอ”
