หน้าประตู
ชายคนนั้นยืนอยู่ท่ามกลางแสงอ่อนยามเช้า
รูปร่างสูงโปร่ง สง่างามเป็นที่สะดุดตา
ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตร สะท้อนแสงตะวันจ้า แต่กลับแผ่ความเศร้าสร้อยออกมาอย่างหนาแน่น
นั่นคือเจียงอวี้ผู้รีบรุดมาหลังได้ข่าว
เขารู้ว่าหลินทิงยังมีชีวิตอยู่
แต่ไม่กล้าเข้าไปพบเธอซึ่งหน้า
วันนี้เขารู้ว่าเธอกับซ่งลวี่เฟิงบุกไปที่บ้านตระกูลหลินด้วยความโกรธ
คงเป็นเพราะเรื่องที่หลินเจี้ยนกั๋วจะแต่งงานกับซูซิ่วเจิน
เขากลัวว่าเธอจะถูกคนในบ้านตระกูลหลินรังแก
จึงมาถึงเป็นคนแรก
วินาทีนี้ หลินทิงอยู่ตรงหน้าเขาแค่เอื้อม
แววตาอันเย็นชาและเรียบเฉยของเธอ กลับเหมือนมีขุนเขากว้างใหญ่กั้นระหว่างพวกเขาไว้
เขาอยากจะเดินเข้าไปใกล้หลินทิง
แต่ร่างกายกลับราวกับถูกเชือกที่มองไม่เห็นมัดไว้ ขยับเขยื้อนไม่ได้
แม้แต่จะละสายตาจากหลินทิงก็ทำไม่ได้เช่นกัน
ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบ สายตาของเขาแข็งค้าง
เขาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงและสับสนอยู่ในอก
คงเป็นเพราะดีใจมากเกินไปอีกแล้ว
ดีใจจนหัวสมองพร่าเลือน สมองไม่ทันได้คิดอะไร
หลินทิงเพียงมองเขาด้วยสายตาเย็นชาแค่ครั้งเดียว แล้วก็เบือนสายตาหนีไป
แล้วหันไปหาซ่งลวี่เฟิงที่อยู่ข้างกาย
"ลวี่เฟิง เราไปกันเถอะ"
เจียงอวี้ที่ยืนอยู่หน้าประตู เธอเพียงเดินผ่านไปเหมือนคนแปลกหน้า
โดยไม่มองเขาอีกเลย
ชายหนุ่มยื่นแขนยาวออกมา
ฝ่ามือใหญ่กุมลงบนแขนเรียวขาวของเธอ
"ทิงทิง!"
เมื่อลูกกระเดือกเลื่อนขึ้นลง เจียงอวี้ก็เปล่งชื่อที่เขาร้องเรียกในยามค่ำคืนมานับครั้งไม่ถ้วนออกมา
เขามักจะฝันเห็นเธอยืนมีชีวิตอยู่ตรงหน้าเสมอ
และในยามนี้ ตัวเธอที่มีลมหายใจ กลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาจริง ๆ
ฝ่ามือของเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าแขนของหลินทิงกำลังดิ้นรนขัดขืน
เขารั้งไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย "ทิงทิง ทุกอย่างที่ผ่านมาล้วนเป็นความผิดของฉันเอง เธอจะโกรธแค้นฉันยังไงก็สมควรแล้ว"
หลินทิงไม่พูดอะไรทั้งสิ้น
เธอยืนกรานที่จะดึงแขนออก
หลินทิงในอดีต ตายจากไปนานแล้ว
ตายไปในตอนที่เธอท้องอยู่ แล้วเจียงอวี้ไม่เชื่อใจเธอ กับตอนที่เขาร่วมมือกับพ่อลูกตระกูลหลินส่งเธอเข้าคุก
และก็ตายไปในตอนที่เขาปฏิเสธที่จะให้ยาช่วยชีวิตแก่เธอ
