เมื่อเห็นหลินทิงกลับมาทั้งเป็น
ลุงเฉาก็ดีใจแทบเป็นบ้า จนพูดอะไรไม่ออก
แต่ในขณะเดียวกันก็แอบเป็นห่วง
หลินเจี้ยนกั๋วและซูซิ่วเจินกำลังจะจัดงานแต่งงาน
หลินทิงกลับมาแล้วจะคิดยังไงนะ
เขากลัวว่าหลินเจี้ยนกั๋วกับหลินเจิ้นอวี่จะได้ยินไม่ชัด จึงพูดซ้ำอีกครั้ง
“ท่านหลิน คุณหลิน เสี่ยวทิงกลับมาพร้อมกับทนายซ่งแล้วครับ”
“เสี่ยวทิงยังมีชีวิตอยู่!”
หน้าโต๊ะชา
หลินเจิ้นอวี่ขมวดคิ้ว ตอบกลับไปว่า “ลุงเฉา คุณพูดอะไรเพ้อเจ้อ”
ทันใดนั้น
ที่หน้าห้องชา
ร่างบางโปร่งสูงเพรียวร่างหนึ่งยืนอยู่ข้างกายซ่งลวี่เฟิง
เธอสวมรองเท้าส้นสูง เดินเคียงข้างซ่งลวี่เฟิงเข้ามาในห้องชาทีละก้าว
แล้วเดินไปหยุดตรงหน้าหลินเจิ้นอวี่และหลินเจี้ยนกั๋วผู้เป็นพ่อลูกที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะชา
พ่อลูกคู่นี้ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
แล้วก็ลุกจากหน้าโต๊ะชาโดยไม่รู้ตัว
เลือดในตัวหลินเจิ้นอวี่สูบฉีดขึ้นถึงขั้วสมอง
สวรรค์ นี่คือเสี่ยวทิงที่ยังมีชีวิตอยู่หรือ
ใช่น้องสาวที่เขาเอ็นดูมาตั้งแต่เด็กอย่างเสี่ยวทิงจริงๆ หรือ
เขากลัวว่าตัวเองจะตาฝาด จึงรีบเดินอ้อมโต๊ะชามาหยุดตรงหน้าหลินทิง
เสี่ยวทิงตัดผมมาใหม่
สั้นเสมอไหล่
ผมสั้นขับให้ใบหน้าของเธอได้รูปและงดงาม
ซ้อนทับกับใบหน้าตุ๊กตาหน้ากลมสวยสมัยเด็ก
เป็นน้องสาวของเขาจริงๆ เสี่ยวทิงจริงๆ ด้วย!
เสี่ยวทิงยังมีชีวิตอยู่จริงๆ!
ในบัดดล หลินเจิ้นอวี่มีน้ำตาคลอ ดึงมือของหลินทิงไว้
มือที่อบอุ่นถูกหลินเจิ้นอวี่บีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ
แน่นเสียจนเมื่อเขาเตรียมจะเอ่ยปากเรียกน้องสาวก็ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก
ผ่านเสียงสะอื้นระรัว เขากอดหลินทิงแนบอก
เหมือนตอนเด็กๆ
“น้องสาว เธอจริงๆ หรือเปล่า”
“เธอยังมีชีวิตอยู่จริงๆ ใช่ไหม”
“ฉันดีใจมาก”
กลัวว่าตัวเองจะเห็นภาพหลอน หลินเจิ้นอวี่เงยหน้าแล้วไล่มองหลินทิงตั้งแต่หัวจรดเท้า
แต่มือที่อบอุ่นในฝ่ามือกลับถูกดึงออกอย่างไม่แยแส
“ฉันไม่ใช่น้องสาวคุณ”
หลินทิงดึงมือออกด้วยความรังเกียจ โดยที่บนใบหน้าไร้รอยยิ้มใดๆ
เธอหวนนึกขึ้นได้ว่า ตอนที่เธอใกล้ตาย เคยอ้อนวอนพี่ชายแท้ๆ เอายาช่วยชีวิตมาให้สักกล่อง
เขาไม่เพียงไม่ยอมให้ยา ยังดูถูกเหยียดหยามเธอ
