“พี่สาว ผมขอรู้ชื่อพี่ได้ไหมครับ?” เซี่ยช่านตัวน้อยกัดตะเกียบอย่างเขินอาย
ซือหร่านหัวเราะเบา ๆ “พี่ชื่อซือหร่าน คำว่า ‘ซือ’ ในบทกวีโบราณ แล้วก็ ‘หร่าน’ ที่แปลว่าย้อมสี ต่อไปเรียกพี่ว่าพี่หร่านก็ได้นะ”
“ได้ครับ พี่หร่าน!”
เซี่ยช่านดีใจมาก ถึงจะไม่รู้ว่าเขียนด้วยตัวอักษรสองตัวไหน แต่พอกลับไปโรงเรียน เขาจะต้องหาให้เจอให้ได้
“เซี่ยช่านตัวน้อย มีอะไรที่อยากพูดก็พูดออกมาได้เลย เธอยังเป็นเด็ก ไม่ต้องรู้จักทำตัวเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้นก็ได้ คุณยายข้างบ้านก็ชอบเธอมากเหมือนกัน ต่อไปไปหาคุณยายบ่อย ๆ ก็ได้นะ”
แม้จะรู้ว่าในความฝันไม่มีวันพรุ่งนี้ แต่ซือหร่านก็หวังว่าอย่างน้อยตอนนี้เซี่ยช่านจะได้ผ่อนคลายบ้าง
“ไม่ได้ครับ” เซี่ยช่านดูกังวลขึ้นมา “พ่อกับแม่ให้คุณยายดูแลผม ผมจะสร้างความลำบากให้คุณยายไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพวกท่านจะคิดว่าผมไม่เชื่อฟัง แล้วก็ไม่กลับมาเยี่ยมผมอีกนาน...”
ซือหร่านไม่คิดเลยว่าเหตุผลที่เซี่ยช่านพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่และรู้ความต่อหน้าคุณยายข้างบ้าน ก็เพราะเรื่องนี้
แล้วในที่ที่ไม่มีใครเห็น เขาต้องพยายามมากแค่ไหน ถึงได้ทำตัวเหมือนตอนนี้ได้
“แล้วทำไมถึงบอกพี่ล่ะ?”
เด็กน่ารักขนาดนี้ หรือว่าต้องสะสมความผิดหวังจนเต็มเปี่ยม ถึงได้กลายเป็นเด็กดื้อรั้นตอนอายุ 20 และไม่ยอมให้ใครเห็นด้านเปราะบางของตัวเอง
“ผม...ผมเชื่อใจพี่ครับ นี่เป็นความลับของเราสองคน อย่าบอกพ่อกับแม่นะครับ”
เซี่ยช่านดึงแขนเสื้อซือหร่านเบา ๆ ท่าทางเหมือนกำลังอ้อน
