“ไม่ต้องหรอก! เดี๋ยวพี่ทำให้เอง” ถึงเธอจะทำอาหารไม่เป็น แต่ในมิติส่วนตัวมีของอยู่
“พี่ครับ พ่อกับแม่เคยบอกว่า คนที่มาบ้านเราคือแขก ผมทำอาหารอร่อยนะ!” แววตาของเซี่ยช่านฉายความน้อยใจ เขาไม่อยากให้เพื่อนของพ่อกับแม่คิดว่าเขาเป็นเด็กสร้างปัญหา
“แค่ก ๆ ก็ได้ งั้นพี่ออกไปซื้อวัตถุดิบก่อนนะ รอพี่กลับมาล่ะ”
ซือหร่านรับมือไม่ไหวอยู่บ้าง เธอไม่เคยคิดเลยว่าตอนเด็กเซี่ยช่านจะเป็นแบบนี้ ความแตกต่างช่างมากเกินไปแล้ว รีบหนีไปถามเรื่องราวจากบ้านข้าง ๆ ก่อนดีกว่า
“ได้ครับ ผมจะรอพี่กลับมา”
ซือหร่านเปิดประตูออกไป
ถ้าตอนนั้นเธอหันกลับมา ก็จะเห็นเซี่ยช่านยืนอยู่กับที่ เม้มปากน้อย ๆ ก้มหน้า น้ำตาคลอจนแทบไหล มือทั้งสองข้างบิดชายเสื้ออย่างลนลาน ราวกับเด็กที่ถูกทอดทิ้ง แต่ไม่กล้ารั้งใครไว้
ซือหร่านเคาะประตูบ้านข้าง ๆ ไม่นานก็มีหญิงชราคนหนึ่งเปิดประตู
“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นครูของน้องเซี่ยช่านบ้านข้าง ๆ วันนี้มาสอบถามเรื่องครอบครัวนิดหน่อยค่ะ”
กับคนแต่ละแบบก็ต้องใช้คำโกหกคนละอย่าง ขอโทษนะคะ
“คุณน่ะหรือ?” หญิงชราดูไม่ค่อยเชื่อ “ยังสาวขนาดนี้ เป็นครูที่ไหนกันล่ะ?”
“ฉันเป็นครูสอนภาษาจีนที่เพิ่งมาค่ะ ปีนี้เขาอายุ 8 ขวบ เกิดเดือนพฤษภาคม ได้ยินครูประจำชั้นบอกว่าพ่อแม่ไม่ค่อยอยู่บ้าน”
ยังดีที่เธอรู้ว่าเซี่ยช่านอายุน้อยกว่าเธอ 3 เดือน
คุณยายอย่าถามเลยค่ะ ถามอีกเดี๋ยวก็โป๊ะแตกพอดี
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” ซือหร่านพูดคล่อง แถมหน้าตาก็ดูใจดีและสวย หญิงชราจึงเชื่อจริง ๆ
“พ่อแม่ของเซี่ยช่านน่ะ จากบ้านไปตั้งแต่เขาอายุ 4 ขวบแล้ว เฮ้อ เด็กคนนี้ก็น่าสงสาร พวกเขาส่งเงินมาให้ฉันดูแลเขาทุกปี”
