“หุบปาก” เสียงของเยี่ยนชื่อเสียอู้อี้ ฟังดูเหมือนกำลังกัดฟันพูด
เขายกมือขึ้นกดศีรษะนางให้ซุกเข้าไปในอ้อมอก ก่อนข่มขู่เสียงต่ำแหบ “ถ้ายังหัวเราะอีก ข้าจะโยนเจ้าไปอีกฝั่งของกองไฟ”
ซูฉีหรานหัวเราะอู้อี้อยู่ในอ้อมแขนเขาครู่หนึ่งกว่าจะหยุด จากนั้นก็เงยหน้ามอง “ที่แท้เจ้าก็ไม่ได้ทื่อเป็นท่อนไม้นี่นา”
เยี่ยนชื่อเสียไม่พูดอะไร มีเพียงลมหายใจที่ยังไม่สม่ำเสมอนัก แผงอกกระเพื่อมแรงกว่าปกติเล็กน้อย
เขารู้สึกได้ว่าผีในอ้อมแขนกำลังเงยหน้ามองเขา พร้อมรอยยิ้มที่แฝงความลำพองใจอยู่หลายส่วน
“ยังจะลำพองใจอีกหรือ?”
“แน่นอนสิ” ซูฉีหรานวางคางบนอกเขา กะพริบตามอง “ตอนแรกฉันยังนึกว่าเจ้าเป็นเซียนผู้ตัดขาดจากกิเลส ไม่ข้องเกี่ยวกับรักใคร่ในโลกมนุษย์สักนิดเสียอีก”
“ใครบอกเจ้าว่าข้าเป็นเซียน?” ลำคอของเยี่ยนชื่อเสียแหบพร่าเล็กน้อย เขาหลับตาลงอย่างจนใจ “ข้าเป็นคนเป็น ๆ ปฏิกิริยาที่คนเป็นควรมี ข้าก็มีครบทุกอย่าง”
