เสิ่นเวยสีหน้าเปลี่ยน รีบพูดขึ้นทันทีว่า
“งั้นเราเปลี่ยนที่กันเถอะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอเลย เห็นแล้วซวยชะมัด”
คนที่อยู่ตรงนั้นล้วนเป็นเพื่อนของเธอ ย่อมรู้ดีว่าเธอกับฮั่วเสี่ยวหยาเป็นคู่อริกัน เมื่อไม่กี่วันก่อนยังถูกฮั่วเสี่ยวหยาแย่งของขวัญที่ตั้งใจจะมอบให้ภรรยานายกเทศมนตรีไป ตอนนี้จึงกำลังโมโหอยู่พอดี
ทุกคนเลยพากันคล้อยตาม
“ใช่ ๆ เปลี่ยนที่กันเถอะ ทุกคนออกมาเที่ยวก็เพื่อความสนุก ไม่ใช่มาหาเรื่องให้ตัวเองหงุดหงิด”
“ใช่ ฉันก็ไม่อยากเจอเธอเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เธอยังออกหน้าแทนพนักงานส่งของ แล้วอัดฉันซะน่วม พอเห็นหน้าเธอทีไรฉันก็ขนลุกแล้ว”
คนที่พูดเป็นลูกเศรษฐีคนหนึ่ง เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาไปหาเรื่องพนักงานส่งของ บังเอิญว่าที่พักของเขาอยู่ใกล้กับวิลล่าหลังหนึ่งที่เป็นชื่อของฮั่วเสี่ยวหยา
ฮั่วเสี่ยวหยาเห็นกับตาว่าเขาด่าพนักงานส่งของ อารมณ์ร้อนของเธอก็ปะทุขึ้นทันที เธอพุ่งเข้าไปตบหน้าเขาสองฉาด
ฝ่ายนั้นสวนกลับทันควัน แต่น่าเสียดายที่สู้เธอไม่ได้ สุดท้ายจึงโดนตบซ้ำอีกสามฉาด ถึงได้ยอมสงบปากสงบคำ
พอกลับบ้าน เขาก็ฟ้องพ่อแม่เรื่องนี้ พ่อแม่กลับพูดแค่ว่า “ไปหาเรื่องใครไม่หา ดันกล้าไปหาเรื่องฮั่วเสี่ยวหยา? เวลาเธอบ้าขึ้นมา แม้แต่พ่อแม่ตัวเองยังไม่เว้น”
พวกเขารีบเปลี่ยนไปบาร์อีกแห่ง แล้วหาห้องส่วนตัวนั่งกัน
เพิ่งหย่อนก้นลงนั่งเท่านั้น
ทุกคนก็เริ่มรุมโจมตีฮั่วเสี่ยวหยา แน่นอนว่าแค่พูดกันปากเปล่าเท่านั้น
หากเทียบเรื่องกำลังทรัพย์และอำนาจแล้ว แต่ละคนล้วนด้อยกว่าตระกูลฮั่ว อีกทั้งปู่ย่าของฮั่วเสี่ยวหยาก็รักและตามใจเธอเป็นพิเศษ คอยปกป้องหลานสุดชีวิต พวกเขามักพูดว่า
