เว่ยเหยียนแสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยว แต่ในใจกลับแอบดีใจ
ดีเลย ในที่สุดก็หาเหตุผลย้ายออกไปได้แล้ว
แถมมีเหตุผลนี้ เสิ่นเวยก็จะไม่สงสัย และยิ่งไม่ส่งคนมาตรวจสอบเขา
จากนี้เขาแค่ทำงานที่บริษัทต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ แล้วลาออกอย่างเรียบร้อยก็พอ
หลังจากนั้น เขาก็จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเสิ่นเวยและตระกูลเสิ่นอีก
พูดจบ เขาก็รีบกลับเข้าห้องไปเก็บเสื้อผ้าทันที
เขาหยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กออกมา
เขามาอยู่ตระกูลเสิ่นได้สองปีแล้ว แต่ของที่เป็นของเขามีไม่มากนัก ตลอดหลายปีมานี้ เสิ่นเวยไม่เคยใส่ใจเขา แม้แต่เสื้อผ้าสักตัวหรือรองเท้าสักคู่ก็ไม่เคยซื้อให้
เขามาพร้อมของเท่าไร ก็จะกลับไปพร้อมของเท่านั้น
เสิ่นเวยยืนอยู่ตรงประตูห้อง มองเขาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าด้วยตาตัวเอง
จู่ ๆ จมูกก็แสบขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำ
“สามี อย่าไปเลย เมื่อกี้ฉันผิดเอง ฉันกล่าวหานายผิดไป ยกโทษให้ฉันสักครั้งนะ”
ในใจเธอมีลางสังหรณ์แรงกล้าว่าครั้งนี้ถ้าเว่ยเหยียนจากไปแล้ว เกรงว่าอีกนานกว่าจะกลับมา
เธอไม่อยากให้เขาจากไป ลึก ๆ แล้วเธอยังรักเขาอยู่
อย่างไรเสีย ทั้งคู่ก็เคยผ่านช่วงเวลาอันเจ็บปวดมาด้วยกันตั้งมากมาย
เพียงแต่ชาติกำเนิดของเขาต่ำต้อยเกินไปจริง ๆ จนดูไม่คู่ควรกับเธอ
เว่ยเหยียนผลักเธอออกไป
“เสิ่นเวย พอได้แล้ว ตั้งแต่ตอนที่เธอไม่ยอมให้ฉันแตะต้อง บังคับให้แยกห้องนอนกัน ในใจเธอก็ไม่มีฉันที่เป็นสามีแล้ว
เธอเห็นฉันเป็นแค่ทาสที่สั่งให้ทำอะไรก็ได้ เป็นลูกน้องมือดีคนหนึ่ง ไม่เคยมองฉันเป็นสามีเลย
