เพื่อนร่วมงานที่อยู่รอบ ๆ มองหน้ากันไปมา ทุกคนรู้ว่าขวดซอสนี้เป็นของเว่ยเหยียน และต่างก็เห็นกับตาว่าโจวเฉียนปาขวดลงพื้น
แต่โจวเฉียนเป็นเพื่อนสนิทของคุณเสิ่น ทั้งสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ ดูสนิทสนมคลุมเครือ ไม่แน่ว่าอีกไม่นานอาจประกาศคบกันก็ได้
ส่วนเว่ยเหยียนล่ะ? ก็แค่พนักงานธรรมดาคนหนึ่ง อาจถูกปรับออกหรือไล่ออกได้ทุกเมื่อ
พอเอาทั้งสองฝ่ายมาเทียบกัน ต่อให้เป็นคนโง่ก็รู้ว่าไม่ควรยื่นมือเข้าไปยุ่ง ได้แต่ยืนดูเรื่องสนุกอยู่ข้าง ๆ
เว่ยเหยียนไม่คิดจะไว้หน้าโจวเฉียน
เขาพุ่งเข้าไปด้วยความเดือดดาล คว้าคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วกดกระแทกกับกำแพงอย่างแรง
โจวเฉียนไม่คิดว่าเว่ยเหยียนที่ปกติสุภาพเรียบร้อยจะลงมือรุนแรงขนาดนี้ จึงตกใจจนหน้าถอดสี
เขารีบอ้อนวอนว่า
“พี่เว่ยเหยียน โกรธอะไรขนาดนั้นล่ะ? โธ่ ซอสแค่นั้นฉันทำหกโดยไม่ได้ตั้งใจ เดี๋ยวชดใช้ให้ใหม่อีกขวดก็แล้วกัน”
คุณชายจากตระกูลใหญ่ที่โตมาอย่างสุขสบายแบบเขา ทั้งยกของหนักไม่เป็นทั้งทำงานใช้แรงไม่ได้ จะเป็นคู่ต่อสู้ของเว่ยเหยียนได้อย่างไร
เพื่อไม่ให้โดนอัดยับ โจวเฉียนจึงทำทีอ่อนข้อและขอคืนดีอย่างมีชั้นเชิง
แถมน้ำเสียงยังฟังดูราวกับเรื่องนี้เป็นความผิดของเว่ยเหยียน หากเว่ยเหยียนไม่ยอมรับคำขอคืนดี ก็เท่ากับว่าเว่ยเหยียนเป็นฝ่ายผิด
แต่ถึงอย่างนั้น
วันนี้เว่ยเหยียนก็ไม่คิดจะปล่อยเขาไป เขาชกเข้าที่หน้าผากของอีกฝ่ายสองหมัดติด ๆ
“โอ๊ย!” โจวเฉียนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยถูกใครต่อยมาก่อน พอโดนเข้าไปสองหมัดเต็ม ๆ ก็เจ็บจนทนไม่ไหว ท่าทางวางอำนาจตอนปาขวดซอสแตกเมื่อครู่หายวับไปหมด
