หลังออกมาจากคฤหาสน์ในคฤหาสน์ส่วนตัวได้พักใหญ่ รถก็แล่นมาถึงใจกลางเมืองแล้ว
แต่เว่ยเหยียนก็ยังตื่นเต้นจนใจไม่สงบ
เงินหนึ่งร้อยล้าน! พระเจ้า ก่อนหน้านี้แค่โอนเงินค่าใช้จ่ายให้เขาเดือนละ 2 ล้านก็ทำเอาเขาตกใจมากแล้ว ตอนนี้กลับโอนเงินให้เขาตั้งหนึ่งร้อยล้านง่าย ๆ
เงินก้อนนี้เขาใช้ไปอีกกี่ชาติก็ไม่มีวันหมด
คนรวยนี่แตกต่างกันจริง ๆ
ในเวลาไม่กี่นาที เว่ยเหยียนรู้สึกราวกับโลกทัศน์ของตัวเองถูกสร้างขึ้นมาใหม่หมด
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเลิกงาน รถจึงเยอะและติดขัดอยู่แล้ว
แถมข้างหน้ามีอุบัติเหตุ รถของเว่ยเหยียนเลยต้องจอดนิ่งอยู่กลางถนน
จังหวะนั้นเอง
จู่ ๆ ก็มีคนเคาะกระจกรถ ดึงเขากลับมาจากความคิดฟุ้งซ่าน
เว่ยเหยียนลดกระจกลงดูก็เห็นว่าคนที่มาเป็นฮั่วเสี่ยวหยา
เธอสวมชุดกีฬาแบบสั้น รวบผมหางม้า ใบหน้าเล็กแต่งหน้าอ่อน ๆ มองเขาด้วยความดีใจ
“บังเอิญจังเลย ไม่นึกว่าจะเจอนายที่นี่ นายว่าเราสองคนมีวาสนาต่อกันหรือเปล่า?”
เธอเอียงศีรษะ ดวงตากลมโตเป็นประกายจับจ้องเขาไม่กะพริบ
พอเห็นเธอ เว่ยเหยียนก็รู้สึกรำคาญ จึงตอบอย่างไม่สบอารมณ์ว่า
“รถติดแบบนี้ เรียกว่าวาสนาได้ด้วยเหรอ?”
เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงตามตื๊อเขาเหมือนหมากฝรั่ง แถมยังตามติดไม่เลิก หรือคิดจะหลอกใช้เขากันแน่?
ไม่ว่าอย่างไร ท่าทีที่เขามีต่อเธอก็เรียกได้ว่าแย่มาก อยากให้เธอโกรธจนหนีไป จะได้ไม่ต้องมาหาเขาอีก
ใครจะคิดว่า
ฮั่วเสี่ยวหยาจะไม่โกรธสักนิด กลับยิ้มอย่างมีลับลมคมในแล้วพูดว่า
