หลังมื้อกลางวัน เวินซวี่ขับรถคันที่เขาเรียกว่า “อันธพาลในสูท” แล่นฉวัดเฉวียนไปตามถนนสายหลักของเมืองหนาน
รถนำเข้าราคาระดับหลักล้านคันนั้นถูกดัดแปลงตั้งแต่วันแรกที่ส่งมอบ ทั้งสมรรถนะเครื่องยนต์และเสียงคำรามของตัวถังได้รับการปรับแต่ง พอเหยียบคันเร่งจม เสียงท่อไอเสียก็กรีดอากาศดังสนั่น แรงกระชากรวดเร็วรุนแรงกดเวินหร่วนติดกับเบาะ
“เป็นไง สะใจไหม?” เวินซวี่หลงใหลความรู้สึกที่ความเร็วผลักร่างกายไปจนถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเข้าโค้งหรือวิ่งทางตรง เขาก็ขับอย่างอวดดีเต็มที่ “ถนนในเมืองหนานกว้างกว่าเมืองจิงตั้งเยอะ รถก็มีน้อย ในที่สุด ‘อันธพาล’ ของพี่ก็ได้แสดงฝีมือจริง ๆ สักที”
เวินหร่วนเหลือบตามองเขา “ก็จริง ที่เมืองจิง รถคันนี้ของพี่แทบไม่ต่างอะไรจากแท็กซี่”
รถจอดนิ่งหน้าบ้านตระกูลซู เบื้องหน้าประตูมีน้ำพุผิวเรียบสะท้อนเงา ป้ายเหนือประตูสลักคำว่า “บ้านตระกูลซู” ด้วยลายมือหนักแน่นทรงพลัง ลานจอดรถด้านหน้ามีรถเก๋งสีดำที่ไม่คุ้นตาจอดอยู่ริมสุด กระจกฝั่งคนขับเปิดไว้ครึ่งบาน คนขับกำลังรับลมอยู่
เสียงเครื่องยนต์คำรามดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ “อันธพาลในสูท” สะบัดท้ายรถพร้อมเสียงยางเสียดสีกับพื้นถนน ก่อนจอดขวางหน้าประตูอย่างอุกอาจ เวินซวี่ลงจากรถแล้วตบประตูเบา ๆ “ฝีมือขับรถของพี่เป็นไงบ้าง?”
เวินหร่วนปลดเข็มขัดนิรภัย ก่อนลงจากรถก็ทิ้งคำตอบไว้ประโยคหนึ่ง “ไม่เลว”
“คุณหนูเล็ก กลับมาแล้วหรือครับ?” พ่อบ้านชราเดินออกมาพอดี มือถือถาดผลไม้ สีหน้าเปี่ยมเมตตา “ถ้าคุณหนูไม่กลับมาอีก ผมคงต้องโทรหาแล้ว”
พูดจบ เขาก็เห็นหนุ่มที่อยู่ตรงที่นั่งคนขับ จึงทักทายอย่างสุภาพ “คุณชายเวิน จะเข้าไปดื่มชาสักถ้วยไหมครับ?”
เวินซวี่โบกมือ “ผมแค่มาส่งหร่วนหร่วน เดี๋ยวมีธุระต้องไปทำต่อ” เขาเหลือบมองรถเก๋งสีดำ “วันนี้มีแขก ผมไม่รบกวนดีกว่า”
“ใช่ครับ วันนี้มีแขกจริง ๆ” พ่อบ้านยิ้มจนตาหยี “บัวในสวนออกดอกแล้ว ช่วงก่อนผมเก็บฝักบัวไว้ไม่น้อย เดี๋ยวผมเข้าไปหยิบมาให้คุณชายเวินสักหน่อย ช่วงนี้คนเมืองหนานชอบกินโจ๊กเม็ดบัวกัน”
