ตอนที่ซูชิงทิ้งข้อตกลงหย่าไว้ในห้องชาของซานกวานถัง เธอก็ย้ายออกจากกระทรวงการต่างประเทศแห่งเมืองจิงอย่างเป็นทางการแล้ว ข้อตกลงฉบับนั้นฝ่ายกฎหมายของตระกูลซูเป็นผู้ร่างขึ้นทีละข้อ แบ่งทรัพย์สินไว้อย่างชัดเจน ไม่มีการก้มหัวให้ใครและไม่ก้าวร้าวเกินควร
ตระกูลซูไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง แต่ก็ยึดมั่นในกฎเกณฑ์ ลูกสาวแต่งเข้าตระกูลเวินมานาน 20 ปี สิ่งที่สมควรได้ก็ต้องได้ครบถ้วน ส่วนสิ่งที่ไม่ควรได้ ตระกูลซูก็ไม่แย่งแม้แต่น้อย
ส่วนเวินหร่วนก็อายุครบ 18 ปีแล้ว เมื่อบรรลุนิติภาวะก็หมายถึงการตัดสินใจด้วยตนเอง ช่องสิทธิ์ในการปกครองดูแลจึงไม่จำเป็นต้องกรอกอีก
แผนกใหม่ของกรมการทูตภาคใต้เพิ่งเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ทั้งคัดเลือกบุคลากร วางระบบ และประสานงานภายนอก สารพัดเรื่องถาโถมเข้ามา ซูชิงทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่นติดต่อกันหลายวัน ไฟในห้องทำงานของเธอมักเป็นดวงสุดท้ายในอาคารที่ดับลง
“พี่ซู เอกสารของคุณค่ะ” ผู้ช่วยวางพัสดุที่ยังไม่ได้เปิดลงตรงมุมโต๊ะทำงานอย่างเบามือ ขอบกล่องกระดาษเรียบร้อย ไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย
ซูชิงละสายตาจากหน้าจอแล้วแกะกล่องตามสบาย ข้อตกลงหย่าถูกส่งกลับมาโดยไม่มีการแก้ไข เธอพลิกไปหน้าสุดท้าย ตรงช่องลงชื่อของฝ่ายชายว่างเปล่า!
ว่างเปล่า! ว่างเปล่า!
เธอตรวจซ้ำถึงสามครั้ง ก็เป็นเอกสารฉบับเดิม ฉบับที่เธอวางไว้ในห้องชาด้วยมือตัวเอง เวินฉงเยว่เห็นแล้วแต่ไม่ลงชื่อ ทั้งยังส่งกลับมาให้เธอ มุมปากของซูชิงยกขึ้นเล็กน้อย ไม่ถึงกับเป็นรอยยิ้ม คล้ายเสียงหัวเราะเยาะเบา ๆ ที่ยังไม่ทันได้เปล่งออกมา จากนั้นเธอก็วางเอกสารกลับที่เดิม แล้วหันไปสนใจหน้าจอต่อ
ก่อนเลิกงาน โทรศัพท์สว่างขึ้นแวบหนึ่ง
ข้อความจากเวินฉงเยว่: สุดสัปดาห์พาหร่วนหร่วนกลับมากินข้าวกันเถอะ ยังไงเวินหร่วนก็เลือกมหาวิทยาลัยในเมืองหนาน ต่อไปคงมีโอกาสนั่งกินข้าวกับญาติผู้ใหญ่ตระกูลเวินไม่มากนัก ก่อนเปิดเทอมครอบครัวก็ควรกลับมารวมตัวกันอีกสักครั้ง
ซูชิงไม่ใช่คนทำอะไรตามอารมณ์ เธอรู้จักแยกแยะเรื่องสำคัญกับเรื่องเล็กน้อยได้ดีเสมอ กลับไปสักครั้ง พาเวินหร่วนไปพบคุณย่า แล้วถือโอกาสพูดเรื่องหย่ากับเวินฉงเยว่ให้ชัดเจนต่อหน้าดีกว่า ส่งเอกสารไปมาเสียเวลาเปล่า
