คฤหาสน์เก่าตระกูลเวินบนเขาหยวนเป่า ชานเมืองฝั่งตะวันตกของเมืองจิง
คฤหาสน์เก่าเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ นับเป็นโบราณสถานที่ได้รับการคุ้มครอง กำแพงสูงทอดยาวต่อเนื่องเกินหนึ่งจั้ง อิฐสีเทาอมเขียวกรุขึ้นไปจนถึงชายคา บนกำแพงมีหลังคากระเบื้องสีดำรูปหัวม้ากดทับไว้ แนวกำแพงทอดยาวไปตามตรอกกินพื้นที่ครึ่งถนน มองไปไกลสุดสายตาก็ยังไม่เห็นปลาย
บานประตูใหญ่สีชาดสองบานปิดเข้าหากัน ห่วงประตูเป็นหัวสัตว์เคลือบทอง ตอกหมุดทองเหลืองเรียงแน่น ธรณีประตูกว้างและสูงจนต้องยกเท้าก้าวข้าม ข้างประตูตั้งสิงโตหินอ่อนขาวสูงเท่าคนคู่หนึ่ง ลวดลายยังคงงดงามไร้ร่องรอยผุกร่อน เหนือกรอบประตูแขวนป้ายพื้นดำลงลายทอง อักษรบนป้ายผ่านมาร้อยปีก็ยังสดใส เมื่อไม่กี่ปีก่อนคุณท่านผู้เฒ่าตระกูลเวินให้ช่างลงสีทองใหม่ ครั้นแสงแดดส่องกระทบจึงเปล่งประกายเจิดจ้า ส่วนประตูข้างสองบานปิดสนิทอยู่ตลอดปี จะเปิดก็ต่อเมื่อมีพิธีมงคลหรืองานศพเท่านั้น
ภายในกำแพงลานบ้านมีชายคาซ้อนชั้นและมุมหลังคาเชิดยื่นออกมา คานสลักลายซ่อนอยู่ใต้ร่มไม้หนาทึบ แค่พื้นที่รอบนอกก็ใหญ่พอ ๆ กับบ้านคนธรรมดาสิบกว่าหลัง เวินหร่วนลงจากรถพร้อมมารดา พ่อบ้านอาวุโสออกมายืนรอต้อนรับที่หน้าประตูแล้ว เขาเป็นคนพิถีพิถัน สวมชุดจงซาน ผมข้างขมับขาวโพลนแต่จัดแต่งเรียบร้อยทุกเส้น ดวงตาหยีลงอย่างเมตตายามยิ้ม
“คุณนายใหญ่” พ่อบ้านอาวุโสพยักหน้าทักทาย ยิ้มมองเวินหร่วน ดวงตาเป็นประกาย “โอ้โห ว่าที่จอหงวนใหญ่ของเรากลับมาแล้ว!”
เวินหร่วนยิ้มบาง ๆ พ่อบ้านอาวุโสเรียกได้ว่าเห็นเธอเติบโตมา เขามองเธอราวกับเป็นเด็กในครอบครัว ก่อนจะหันไปกระซิบกับซูชิง “เมื่อคืนคุณท่านกลับมาด้วยอารมณ์ไม่ดีเลยครับ”
“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?” ซูชิงชะลอฝีเท้าตอนก้าวผ่านประตู เหลือบมองเวินหร่วนที่ยืนข้างกาย ก่อนเอ่ยเสียงสูงขึ้นเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้ม “คุณย่ารอหนูอยู่ที่โถงใหญ่ตั้งนานแล้ว ไปอยู่เป็นเพื่อนท่านก่อนนะ”
เวินหร่วนหยุดยืน เงยหน้ามองซูชิง “ค่ะ”
ทั้งสองมองเวินหร่วนเดินจากไป พ่อบ้านอาวุโสจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “เมื่อคืนหลังคุณท่านกลับมาได้ไม่นาน คุณชายใหญ่ก็กลับมาด้วยครับ”
“อืม เมื่อคืนเขาไม่ได้กลับไปซานกวานถัง”
