เบื้องหน้าคือถนนหลวงที่ทอดยาวจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด รถแล่นต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงสุดนานถึง 4 ชั่วโมง ในที่สุดฟ้าก็สาง เมืองที่ฝูงหนูอาละวาดถูกทิ้งห่างไปไกล รถทหารคันหน้าหยุดพักในที่สุด
ถังเหยาก็เหยียบเบรกตาม
เธอหลับตาลงชั่วครู่เพื่อบรรเทาอาการแสบตา ฉวีซิวฉือยื่นมือมานวดคลายให้เธออย่างรู้หน้าที่
พวกเขาพักกัน 1 ชั่วโมง กลุ่มที่หนีออกมาจากฐานที่มั่นในเขตชุมชนมีรถทั้งหมด 3 คัน เป็นรถทหาร 2 คัน ส่วนตอนหลบหนีมีรถเก่าโทรมอีกคันขับตามมาด้วย ข้างในดูเหมือนจะมีครอบครัวหนึ่ง เด็กตัวเล็กอายุเพียง 3-4 ขวบ คาบจุกนมไว้ในปาก ดวงตากลมโตดำขลับราวกับองุ่นมองไปรอบ ๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น
ถังเหยาหยิบขนมปัง คุกกี้ และน้ำดื่มออกจากกระเป๋าเป้แบ่งให้ทุกคน ส่วนสุนัขทั้งสองตัวก็ออกไปล่าเหยื่อแถว ๆ นั้น ตัวหนึ่งนำหน้า อีกตัวตามหลัง ขณะเดียวกันสวี่ชิงหลินเร่งให้ต้นมะเขือเทศเล็ก ๆ งอกออกมาหลายต้น แล้วนำมาแลกกับคุกกี้สองห่อและน้ำดื่มหนึ่งขวดจากถังเหยา เธอกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาเป็นประกายจ้องถังเหยาไม่วางตา “ถังเหยา หลังจากได้ฟังที่เธอพูด ฉันก็ลองมาตลอด เมื่อกี้เหมือนจะสัมผัสได้ถึงจิตสำนึกของต้นมะเขือเทศจริง ๆ แต่มันเบาบางมาก ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า”
ถังเหยาสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นยินดีของเธอ
เธอยิ้มอย่างจริงใจ “เก่งมาก พยายามต่อไปนะ เธอต้องทำได้แน่! อ้อ จริงสิ...”
