เด็กหนุ่มผมทองกะพริบตาปริบ ๆ ในดวงตาคู่งามมีประกายน้ำคลออย่างน่าสงสาร “พี่สาว ผมเป็นคนรักความสะอาดนะ”
ถังเหยารู้สึกกระอักกระอ่วนใจ จึงสั่งสอนว่า “อาฉือ คนรักความสะอาดไม่กินของน่าเกลียดพวกนั้นหรอก”
แต่เด็กหนุ่มกลับเอียงคออย่างประหลาด เผยรอยยิ้มสดใส “น่าเกลียด? ของน่าขยะแขยง? พี่สาว อาฉือเป็นของน่าเกลียดน่าขยะแขยงในใจพี่สาวหรือครับ?”
เหงื่อบนหน้าผากถังเหยาแทบจะหยดลงมา เธอตอบด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอดเต็มเปี่ยม “แน่นอนว่าไม่ใช่ อาฉือทั้งหล่อทั้งน่ารักทั้งน่าเอ็นดู สิ่งลี้ลับน่ากลัวพวกนั้นจะมาเทียบกับอาฉือที่พี่รักที่สุดได้ยังไง”
ประกายมืดวูบไหวในดวงตาของเด็กหนุ่ม รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งสดใสขึ้น “พี่สาวจะเกร็งทำไม เมื่อกี้ผมแค่ล้อพี่สาวเล่นเอง พี่สาวมีปฏิกิริยาน่ารักจัง ไม่ต้องกลัวนะ อาฉือชอบพี่สาวที่สุดเลย”
“……”
บ้าเอ๊ย! นี่มันสนามรบอสูรชัด ๆ
สายตาตื่นตระหนกของอวี่เจาล่อกแล่กไปมา ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ กลัวจะดึงดูดความสนใจของเด็กหนุ่มอารมณ์แปรปรวนที่อยู่ตรงหน้า ส่วนถังเหยารู้สึกเพียงว่าผิวหนังส่วนเล็ก ๆ ที่เด็กหนุ่มใช้กระดาษทิชชูปิดไว้นั้นเย็นเฉียบ เธอสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แล้วพยายามรักษาความสงบไว้ “อืม”
แต่เด็กหนุ่มยังไม่ยอมเลิกรา เขากะพริบดวงตาดอกท้อช้า ๆ พลางถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนวาบหวาม “พี่สาวตัวสั่นแล้ว หรือว่ากลัวผมจริง ๆ?”
