หัวใจของถังเหยาพลาดจังหวะเต้นไปอย่างไม่ทันตั้งตัว จู่ ๆ มือใหญ่ซีดขาวเย็นเยียบก็จับข้อมือเธอเบา ๆ “พี่สาวอย่ากลัวนะ มือพี่สั่นมากเลย ผมจะไม่กะพริบตา พี่ไม่ต้องกลัวว่าจะทำผมเจ็บ”
ปลายหูของถังเหยาแดงก่ำขึ้นมาทันที เธอพูดอย่างเขินอายปนหงุดหงิดว่า “ใส่เองเถอะ แค่ใช้มือข้างหนึ่งถ่างเปลือกตาแล้วใส่ลงไปก็ได้ ง่ายนิดเดียว ฉันลงไปสูดอากาศข้างรถก่อนนะ”
หญิงสาวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา ในรถจึงเหลือเขาอยู่เพียงลำพัง หนุ่มน้อยผมทองหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด หางตาตกต่ำ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมแค่เตือนด้วยความหวังดี หยาวหยาวถึงได้จากไป เขากัดริมฝีปากอย่างเสียใจ มือยังกำกระจกบานเล็กสีชมพูที่หญิงสาวยื่นให้ไว้
ในกระจกสะท้อนใบหน้าซีดขาวของเขา ทว่าดวงตากลับเป็นสีแดงเลือดอย่างสิ่งลี้ลับ ท่าทางป่วยไข้เช่นนั้นดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนปกติ เขายิ้มให้กระจก หนุ่มน้อยในกระจกก็ยิ้มตาม เขี้ยวขาวราวหิมะโผล่ให้เห็นเป็นระยะ แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นรอยยิ้มที่มีแต่รูป ไม่มีใจ ดูแปลกประหลาดและน่าขนลุก หากเป็นก่อนวันสิ้นโลกมาเยือน คงทำให้เด็กสักคนร้องไห้จ้าได้แบบสุ่ม ๆ
จิ๊ ฉวีซิวฉือยิ้มไม่ออกแล้ว
เขาก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทำตามที่พี่สาวบอก หันหน้าเข้าหากระจกแล้วใส่คอนแทคเลนส์ด้วยตัวเอง แต่ไม่รู้ทำไม ใส่เท่าไรก็ใส่ไม่เข้า ดวงตาของเขายิ่งแดงขึ้น แถมยังชุ่มฉ่ำเพราะถูกแผ่นคอนแทคเลนส์ระคายเคือง เขากะพริบตาอย่างหดหู่ คิดจะลงจากรถไปขอให้พี่สาวช่วยอีกครั้ง แต่พอหันไปก็เห็นหญิงแปลกหน้าคนหนึ่งอยู่ข้างกายพี่สาว
ดวงตาสีแดงเข้มของหนุ่มน้อยมืดลงทันที ทำไมรอบตัวพี่สาวถึงมีคนอยู่เต็มไปหมด
