ปัง——!
ผีดุร้ายที่ถูกกระแทกพลันกลายเป็นพลังความขุ่นมัวแล้วสลายหายไป วินาทีถัดมา ถังเหยาก้มศีรษะลงราวกับคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า หลบปากอันกว้างใหญ่ของผีดุร้ายได้อย่างหวุดหวิด ฉวยจังหวะที่มันตกตะลึงจนเสียสมาธิ ฟันขวานใส่ขาทั้งสองข้างของมันอย่างแรง
ขาของผีดุร้ายถูกขวานที่ก่อตัวจากพลังวิญญาณฟันขาดในทันที ปั้นหลี่พุ่งเข้ามาจากด้านข้าง กัดแขนของมันไว้แน่น ก่อนที่ผีดุร้ายจะหายวับไปในอากาศอีกครั้งอย่างแยบยล
ถังเหยาได้ยินเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของตัวเอง
ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงต่อสู้อันดุเดือดก็ดังมาจากรถบัสที่อยู่ห่างออกไปสิบกว่าเมตร
อวี่เจากำมีดยาวคมกริบไว้ในมือ กลืนน้ำลายลงคอ “ตอนนี้เราจะทำยังไง หนีเหรอ”
สีหน้าของถังเหยาพลันซีดเผือด ส่วนเด็กหนุ่มผมทองเลียเขี้ยวเล็กสีขาวราวหิมะอย่างสนอกสนใจ ดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยวขณะยิ้มร่า “พี่สาว พวกเราดูเหมือนจะถูกล้อมแล้วนะ ทำยังไงดี อาฉือกลัวจังเลย”
เห็นได้ว่าที่ทางเข้าเมืองเล็กซึ่งมืดสนิท ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่มีมนุษย์กลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้น พวกมันแขนยาวขายาว ราวกับสัตว์ป่ากลายพันธุ์ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างแข็งทื่อบิดเบี้ยว ราวกับถูกบางสิ่งควบคุมอยู่ ส่วนป่าเล็ก ๆ ทางซ้ายมีลมหนาวพัดวูบ เงาดำตัวเตี้ย ๆ ร่วงลงมาจากกิ่งไม้คดงอทีละตัว พวกมันถือเคียวไว้ในมือ แสยะยิ้มคล้ายไม่ยิ้มจ้องมองพวกเธอ จากนั้นก็หายวับไป แล้วปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ระยะห่างลดลงมาเหลือห้าเมตร ก่อนจะหายไปอีกครั้ง ปรากฏตัวอีกครั้ง แล้วร่นระยะเข้ามาอีกห้าเมตรในชั่วพริบตา
