“อ๊าว! อ๊าว! อ๊าว!”
ราชาหมาป่าร้องเรียกหยุนอี้ด้วยท่าทางประจบประแจง
มันปล่อยลูกหมาป่าลงบนพื้น แล้วดันลูกหมาป่าไปทางหยุนอี้
หยุนอี้มองลูกหมาป่าที่นอนรวยรินอยู่บนพื้น “ฉลาดไม่เบา รู้ด้วยว่าข้าช่วยมันได้!”
หยุนอี้ปล่อยวิชารักษาเข้าปกคลุมลูกหมาป่า แสงสีเขียวโอบล้อมร่างของมันไว้
ไม่นานลูกหมาป่าก็กลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง
เมื่อเห็นดังนั้น ราชาหมาป่าก็ยืดตัวขึ้น ยกอุ้งเท้าคำนับหยุนอี้เพื่อแสดงความขอบคุณ
“เอาละ พามันไปใช้ชีวิตให้ดี!”
“แต่จำไว้ อย่าพาฝูงหมาป่าลงจากเขาไปทำร้ายผู้คน!”
หยุนอี้กำชับ
“หงิง~!”
ราชาหมาป่าพยักหน้าราวกับเข้าใจภาษามนุษย์ ก่อนพาลูกหมาป่าจากไป
ท้องฟ้าค่อย ๆ สว่างขึ้น หยุนอี้หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู ก็พบว่าเลยหกโมงมาแล้ว
“ได้เวลากลับแล้ว ไม่อย่างนั้นเหยาเหยาต้องเป็นห่วงแน่!”
หลังทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างฐาน หยุนอี้ก็สามารถเหินกระบี่ได้แล้ว
แหวนว่านเซี่ยงแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่เหิน หยุนอี้กระโดดขึ้นไปยืนบนกระบี่อย่างมั่นคง
กระบี่เหินกลายเป็นลำแสง พุ่งหายไปในส่วนลึกของเขาชิงหลานทันที
“ฮ่า ๆ เหินกระบี่นี่สบายตัวจริง ๆ!”
ตอนที่หยุนอี้เหาะผ่านบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านชิงหลาน เด็กสามขวบคนหนึ่งบังเอิญเห็นเข้า
“แม่ รีบดูเร็ว ข้างนอกมีคนบินอยู่!”
“เด็กคนนี้พูดจาเหลวไหลอะไร!”
“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าดูโทรทัศน์มากนัก มีใครบินได้ที่ไหนกัน!”
“วันนี้ลงโทษห้ามดูโทรทัศน์!”
หญิงวัยกลางคนเดินออกไปดูนอกบ้าน แต่กลับไม่เห็นอะไรเลย
ตอนนั้นหยุนอี้จากไปแล้ว
“แม่ จริง ๆ นะ เมื่อกี้มีคนบินผ่านไปจริง ๆ!”
“แม่เชื่อผมสิ!”
“ยังจะเถียงอีกเหรอ ห้ามดูโทรทัศน์สามวัน!”
