“คุณลูกค้า ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไรครับ เชิญดูได้ตามสบาย!”
เจ้าของแผงเป็นชายวัยกลางคน เอนกายอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบอย่างเกียจคร้าน
ข้างแผงมีม้วนภาพเก่า ๆ ที่จับฝุ่นและภาพวาดชำรุดกองอยู่อย่างไม่เป็นระเบียบ ดูเหมือนของเก่าที่เก็บมาขาย นอกจากหยุนอี้กับหญิงสาวทั้งสามแล้ว ก็ไม่มีใครสนใจแผงนี้เลย
“คุณลูกค้าสนใจซื้อภาพวาดหรือครับ?”
“ถึงภาพพวกนี้จะไม่ได้มีราคามาก แต่ฝีมือก็ไม่เลวเลยนะครับ!”
“เลือกได้ตามสบายเลยครับ ทั้งหมดแผ่นละ 30 หยวน!”
ที่เจ้าของร้านขายของถูกขนาดนี้ก็เพราะหนึ่ง เขาเคยให้คนตรวจสอบแล้วว่าเป็นภาพปลอมทั้งนั้น!
อีกอย่าง ภาพเก่าเหล่านี้ก็ชำรุดเสียหายจนแทบดูไม่ได้
เขาตั้งแผงขายมาครึ่งปีแล้ว แต่ยังขายไม่ออกสักภาพ
ใกล้จะต้องแบกของกลับบ้านอยู่แล้ว
พอเห็นหยุนอี้ก็เหมือนเห็นคนหัวอ่อน... เอ่อ ไม่สิ เหมือนเห็นผู้ช่วยชีวิตเลย!
หญิงสาวทั้งสามรู้ว่าหยุนอี้มาที่นี่เพราะมีของแท้ซ่อนอยู่ในภาพ
พวกเธอเดินเข้าไปดู อยากรู้ว่าภาพไหนเป็นของจริง
ซูชิงเยว่หยิบขึ้นมาดูสองภาพอย่างลวก ๆ “ก็เป็นภาพธรรมดาทั่วไป ไม่เห็นมีราคาเลยนี่!”
หลินหว่านหลีกับเซี่ยซิงเหยาก็เช่นกัน ภาพกองนี้สีหลุดลอก กระดาษเหลืองกรอบ เห็นชัดว่าไม่เหมือนของแท้เลย
พวกเธอมองไม่ออกว่าภาพไหนเป็นของจริง
จึงอดหันไปมองหยุนอี้ไม่ได้ อยากให้เขาบอกว่าภาพไหนเป็นของแท้
หยุนอี้ยิ้ม แน่นอนว่าพวกเธอดูไม่ออก เพราะภาพด้านนอกล้วนเป็นของปลอมจริง ๆ
ของแท้ซ่อนอยู่ในภาพปลอมภาพหนึ่ง
พูดอีกอย่างก็คือ ในกองภาพนี้มีภาพซ้อนภาพอยู่หนึ่งภาพ
“เถ้าแก่ เอาภาพนี้ครับ!”
หยุนอี้หยิบภาพทิวทัศน์สีดำคล้ำที่ถูกทับอยู่ล่างสุดขึ้นมา
ภาพชั้นนอกพร่ามัวจนเห็นภูเขาและสายน้ำไม่ชัด หมึกดำทึบไร้ชีวิต ขอบภาพก็ชื้นจนขึ้นราแล้ว
