“ผู้อาวุโสหลี่ หินก้อนใหญ่ที่วางอยู่หน้าร้านนี่คือหยกดิบใช่ไหมครับ?” หยุนอี้มองหินก้อนใหญ่ตรงหน้าร้านด้วยความสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
เพราะเขาสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังวิญญาณจากหินเหล่านั้น
“ใช่แล้ว สหายน้อยสนใจหยกดิบหรือ?” ผู้อาวุโสหลี่ยิ้มพลางพยักหน้า
“เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก เลยสนใจอยู่บ้างครับ!” หยุนอี้เดินเข้าไปใกล้ช้า ๆ แล้วยื่นมือแตะลงบนหยกดิบ
พอเห็นท่าทางของหยุนอี้ ซูชิงเยว่กับหญิงสาวอีกสองคนก็รู้ทันทีว่าเขาคงเจอของดีเข้าแล้ว
ทั้งสามจึงเดินเข้าไปใกล้เช่นกัน
“สหายน้อย หยกดิบพวกนี้มีความไม่แน่นอนสูงมาก!”
“ถ้าอยากซื้อไปลองเล่นสักก้อนก็ไม่เป็นไร แต่อย่าทุ่มจนเกินตัวล่ะ!”
ผู้อาวุโสหลี่เห็นแก่ที่หยุนอี้ขายภาพวาดทิวทัศน์ให้ จึงเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
“วางใจเถอะครับ ผู้อาวุโสหลี่ ผมรู้ขอบเขตของตัวเอง”
หยุนอี้ยิ้มบาง ๆ แล้วลูบหินทีละก้อน
“เจอแล้ว!”
เมื่อคลำมาถึงหินดิบก้อนหนึ่งขนาดเท่าลูกบาสเกตบอล ผิวขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ เขาก็เผยรอยยิ้มออกมา
เขาคิดในใจว่า “ไม่นึกเลยว่าจะเจอหยกวิญญาณระดับล่างเข้าโดยบังเอิญ นับเป็นเรื่องน่ายินดีเกินคาดจริง ๆ!”
หยกวิญญาณคือชื่อเรียกของศิลาวิญญาณก้อนใหญ่ เมื่อตัดแบ่งเป็นชิ้น ๆ ก็จะกลายเป็นศิลาวิญญาณ
“ผู้อาวุโสหลี่ ผมจะซื้อก้อนนี้ไปลองดูครับ คิดราคาเท่าไรดี?”
หยุนอี้หันไปมองผู้อาวุโสหลี่
ผู้อาวุโสหลี่ไม่ได้ห้ามอีก “ถ้าสหายน้อยอยากได้ งั้นคิดราคามิตรภาพก็แล้วกัน หนึ่งหมื่นหยวน”
“ได้ครับ!” จากการตรวจดูด้วยจิตหยั่งรู้ หยกวิญญาณระดับล่างก้อนนี้มีมูลค่าราวกับศิลาวิญญาณระดับล่างสิบกว่าก้อน หยุนอี้ย่อมไม่ปล่อยให้หลุดมือ
