“อ๊า—!”
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวพลันกรีดฝ่าความเงียบทั่วห้องโถง
“ใช่คนชุดแดงหรือเปล่า! ผีหน้าเขียวที่อยู่ริมหน้าผาเข้ามาแล้ว!”
ฝูงชนแตกตื่นขึ้นมาทันที แขกหลายคนควานหาโทรศัพท์ ไฟฉายส่องวูบวาบไปทั่วผนัง เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดทีละคน
“ทุกคนอย่าขยับ!”
หลี่เม่ตวาดเสียงเข้ม ก้องกลบเสียงจอแจทั้งหมด
“อยู่ในห้องโถงให้หมด! ห้ามวิ่งเพ่นพ่าน!”
เขากวาดตามองทุกคน “ที่นี่ไม่มีกล้องวงจรปิด แถมพื้นก็เต็มไปด้วยโคลนกับน้ำ ถ้าวิ่งมั่วซั่วอาจเหยียบทำลายร่องรอยที่หลงเหลืออยู่ได้ หากพลัดหลงแล้วเกิดเรื่องขึ้นมา ใครก็ช่วยไม่ได้!”
“กลับห้องไป!”
เสียงแหลมของเจ้าของโรงแรมหญิงแทรกขึ้นมา ดังสูงจนแทบแตกพร่า
“มามุงกันอยู่ตรงนี้ทำไม! รีบกลับห้องไปล็อกประตูให้ดี!”
เธอโบกแขนไปมา แสงไฟฉายส่องกระทบใบหน้าซีดขาว เผยความลนลานกับกระวนกระวายที่ปิดไม่มิด
หลี่เม่ไม่สนใจอาการคลุ้มคลั่งของเจ้าของโรงแรมหญิง
“ตู้จ่ายไฟอยู่ไหน? ฉันจะไปดูว่าไฟตัดหรือเปล่า”
เขาหาข้ออ้างส่ง ๆ แล้วหันหลังเดินไปทางบันไดทันที
“ตู้จ่ายไฟอยู่ลานหลังชั้นหนึ่ง!” เจ้าของโรงแรมหญิงตะโกนไล่หลัง
หลี่เม่ทำเหมือนไม่ได้ยิน ฝีเท้าเร่งเร็ว เขาก้าวขึ้นไปถึงชั้นสาม ก่อนตรงไปยังประตูไม้ที่เชื่อมกับชั้นสี่
ผลักประตูเปิดออก
ทางเดินชั้นสี่มืดสนิท อากาศอบอวลด้วยกลิ่นอับชื้นฉุนกึก
เขาเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์แล้วหรี่แสงลงต่ำสุด
จากนั้นเดินไปหยุดหน้าห้องที่อยู่ลึกสุดของทางเดิน
หลี่เม่รูดซิปกระเป๋าเป้ที่พกติดตัว หยิบขวดสเปรย์ขนาดเล็กออกมา
