ขบวนรถเพิ่งขับออกจากเขตเมืองอำเภอไป๋สุ่ยได้ไม่ถึง 5 กิโลเมตร สู่อวี้ก็สังเกตเห็นความผิดปกติ
อุณหภูมิกำลังสูงขึ้น
อากาศในเมืองยังวนเวียนอยู่ที่ศูนย์องศา ลมที่พัดเข้ามาในรถก็ยังเจือความหนาวเย็น
แต่เมื่อขบวนรถแล่นเข้าสู่ทางด่วนที่สองข้างทางถูกพืชยักษ์ยึดครอง อากาศรอบตัวกลับเริ่มอุ่นขึ้น ส่วนสภาพแวดล้อมก็เริ่มมืดสลัว
“ร้อนจัง...” เจียงยฺหวินเหยาที่นั่งเบาะหลังพึมพำเสียงเบา
เหงื่อซึมบาง ๆ บนหน้าผากขาวผ่อง เธอยื่นมือดึงซิปเสื้อขนเป็ดลง เผยให้เห็นไหปลาร้าขาวเนียนส่วนหนึ่ง
แก้มของเธอขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างผิดปกติ ร่างกายเหมือนปลาที่ขาดน้ำแล้วได้กลับสู่ทะเลลึกอีกครั้ง เธอหายใจอย่างตะกละตะกลาม พร้อมยืดเหยียดร่างกาย
แสงในดวงตาต่างจากคนธรรมดาสว่างชัดขึ้นเรื่อย ๆ
เจียงยฺหวินเฮ่ารู้ว่าบุคลิกที่สองของน้องสาวปรากฏขึ้นแล้ว จึงถลึงตามองเธอเป็นเชิงเตือนให้สำรวมหน่อย
เจียงมู่มู่เองก็กำลังรูดซิปเสื้อคลุมลงเช่นกัน ระหว่างขยับตัว สายตาของเธอกวาดผ่านนอกหน้าต่าง แล้วชะงักหายใจ
“เห็ดดอกใหญ่มาก” เธอโถมตัวแนบกระจกรถทันที จ้องกลุ่มเห็ดทรงร่มริมทางที่สูงเกือบครึ่งตัวคน สีแดงสดมีจุดเหลือง สวยจนดูไม่เหมือนของจริง
“อย่าไปมองของพรรค์นั้น” สู่อวี้พูดโดยไม่หันกลับมา
เจียงมู่มู่หดตัวกลับมาอย่างว่าง่าย แต่ก็ยังอดเหลือบมองออกไปไม่ได้
ต้นไม้สองข้างทางมีลำต้นใหญ่จนต้องใช้คนสามสี่คนโอบ เปลือกขรุขระราวเกล็ดเกราะ
เรือนยอดมหึมาของพวกมันสานเกี่ยวกันอยู่เหนือถนน กลายเป็นโดมสีเขียวที่บดบังท้องฟ้า
แสงอาทิตย์ค่อย ๆ ถูกบดบังจนมิด ขบวนรถกำลังแล่นอยู่ในอุโมงค์ชีวภาพอันมืดทึบและชวนอึดอัด
รถบรรทุกทหารคันหน้าสุดเปิดไฟหน้า
จากนั้นไฟหน้าของรถเหล็กยาวเหยียดทั้งขบวนก็สว่างขึ้นตามกัน
