การเปลี่ยนแปลงของเจียงอวิ๋นเหยาเห็นได้ชัดยิ่งกว่าเดิม
ท่ามกลางแสงสลัว ขอบดวงตาสองสีซึ่งผสานน้ำเงินกับเขียวของเธอมีลวดลายสีแดงเพลิงราวกับลาวาไหลเวียน
ลวดลายนั้นแผ่จากหางตา ก่อนก่อตัวเป็นลายเปลวเพลิงสมมาตรสองข้างบริเวณขมับและโหนกแก้ม
ผิวตั้งแต่หลังใบหูจรดข้างลำคอมีเส้นสีแดงชาดสานกันเป็นลวดลายคล้ายเส้นขนปีกนก
มีเส้นผมสีแดงเพลิงงอกแทรกจากโคนผมดำ สีที่ตัดกันช่างสะดุดตา
เจียงอวิ๋นเหยาเงยหน้า เสียงของเธอเบาจนแทบเป็นกระซิบ
“พี่สู่อวี้”
สู่อวี้ย่อตัวลงข้างเตียง สบตากับเธอในระดับเดียวกัน
“รู้สึกยังไงบ้าง?”
“ดีมาก”
เจียงอวิ๋นเหยาขยับนิ้วทั้งห้า เงามือหลายสายวูบไหวทิ้งภาพติดตาในความมืด
“มองเห็นได้ไกลขึ้น หลับตาอยู่ก็ยังเห็นแหล่งความร้อนรอบตัวเป็นรูปร่างในหัวได้”
“ตรงนี้เหมือนมีพลังงานร้อนระอุวนเวียนอยู่ด้วย”
นิ้วชี้แตะลงตรงใต้ไหปลาร้า
สิ้นเสียง เธอก็โน้มตัวไปข้างหน้า เชิดอกเผยส่วนโค้งอวบอิ่ม เบื้องหน้าปรากฏเสน่ห์พิสดารที่ไม่มีทางพบเห็นในยามกลางวัน
ในความมืด ดวงตาต่างสีที่มีลายแดงเพลิงแผ่ขยายหรี่ลงเล็กน้อย
สายตาไล่จากล่างขึ้นบนแล้วหยุดเกาะอยู่บนใบหน้าสู่อวี้ มุมปากประดับรอยยิ้มที่เธอไม่มีวันทำได้ในตอนกลางวัน
ลมหายใจของสู่อวี้สะดุดไปชั่วขณะ เขาเหลือบมองสองครั้ง ก่อนเบือนสายตาอย่างแนบเนียน
“นั่งตัวตรง”
เจียงอวิ๋นเหยากะพริบตา เสน่ห์พิกลนั้นพลันหายวับ มือทั้งสองกำชายผ้าห่มอย่างทำอะไรไม่ถูก สีหน้าและท่าทางเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
“ฉะ...ฉันแค่อยากให้พี่เห็นชัด ๆ ว่าพลังงานอยู่ตรงไหน...”
เสียงเบาหวิวพร่าแผ่ว ต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว
“เห็นชัดแล้ว”
สู่อวี้ถอยหลังไปครึ่งก้าว
“ใต้ไหปลาร้าลงมาสามชุ่น แถวจุดตันจง ตำแหน่งใกล้เคียงกับที่มู่มู่บอก”
