สู่อวี้สูดหายใจเข้าลึก ๆ กดความคิดที่จะย้อนกลับไปตามทางเดิมลงไป แล้วหันกลับอีกครั้ง
คราวนี้เขาควบคุมกลิ่นอายของตัวเองอย่างเต็มที่ มือหนึ่งถือดาบ อีกมือยกโล่ ค่อย ๆ ลุยน้ำไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
เส้นประสาทตึงเครียดถึงขีดสุด ราวกับนักล่าชั้นยอดที่ย่องอยู่ในส่วนลึกของป่ามืด
ทว่าเมื่อเข้าใกล้มากขึ้น สภาพแวดล้อมรอบตัวกลับทำให้ใจเขาดิ่งลงเรื่อย ๆ
พื้นที่ถ้ำหินปูนที่ระบุไว้บนแผนที่ไม่ได้กว้างนัก ตามบันทึกการสำรวจเดิม เมื่อเข้าไปจากทางเชื่อมแล้ว ถ้ำหลบภัยใต้ดินทั้งแห่งลึกเข้าไปไม่เกิน 300 เมตร
แต่สู่อวี้กลับเดินสำรวจรุดหน้าไปเกือบ 400 เมตรโดยไม่รู้ตัว
ผนังหินเบื้องหน้าไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด
ผิดปกติเกินไปแล้ว
สู่อวี้ชะลอฝีเท้า กวาดไฟฉายคาดหัวไปตามผนังถ้ำทั้งสองด้าน
ชั้นคอนกรีตเสริมความแข็งแรงสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์เมื่อถึงระยะราว 300 เมตร จากนั้นก็มีแต่หินธรรมชาติล้วน ๆ
แต่ลวดลายบนผิวหินกลับดูใหม่ผิดปกติ รอยตัดเรียบคมและน่าสะพรึงกลัว เห็นชัดว่าไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากการผุกร่อนตามธรรมชาตินับร้อยนับพันปี กลับดูคล้ายพื้นที่ใหม่ที่ถูกขุดเจาะขึ้นมาอย่างฝืนธรรมชาติ
สู่อวี้ยื่นมือไปแตะผนังถ้ำ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงรอยขูดขีดหยาบกระด้างอย่างยิ่ง
เขาคุ้นเคยกับสัมผัสนี้เป็นอย่างดี มันเหมือนกับผิวด้านในของรูวงกลมที่เห็นก่อนหน้านี้ตรงปากทางเข้าถ้ำทุกประการ
พวกแมลงขุดขยายถ้ำที่เดิมลึก 300 เมตรเข้าไปอีก ไม่รู้ไกลแค่ไหน
ลมหายใจของเขาหนักขึ้นเล็กน้อย
นั่นหมายความว่าพวกมันกำลังปรับเปลี่ยนใต้ดินอย่างเป็นระบบและมีเป้าหมาย
