"เจ้าเป็นอะไรไปน่ะเมีย อย่าทำให้ข้าตกใจสิ"
หิมะโปรยปราย กระท่อมมุงจากเก่าคร่ำคร่าประตูไม้ปิดไว้ครึ่งหนึ่ง
หนิงหย่วนเข้าประตูมาก็เห็นเฉินซูอิ่งนอนอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ หน้าผากกระแทกกับม้านั่ง เลือดไหลนองพื้น เขาตกใจจนร้องไห้
ในจักรวรรดิต้าเฉียนที่เต็มไปด้วยภัยสงครามนี้ คนข้างกายที่ไม่เคยทอดทิ้งเขากลับตายไป เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร
"เมียจ๋า ตื่นเถิด ข้าหาปลาคาร์ปได้แล้วนะ เจ้าไม่ต้องอดอยากอีกแล้ว อย่าตายเลยนะ"
การเขย่าตัวแรง ๆ และเสียงเรียก ทำให้ขนตางอนหนาเป็นแพนั้นกระพือเล็กน้อย
เฉินซูอิ่งลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง ทันทีที่เห็นหนิงหย่วน ดวงตาใสซื่อก็เอ่อล้นไปด้วยความผิดหวังและโทสะ
"เมีย เจ้าตื่นแล้ว"
"เพียะ!"
เฉินซูอิ่งยกมือตบหน้าหนิงหย่วนฉาดหนึ่ง เสียงเศร้าสร้อย
"หนิงหย่วน เจ้าจะดีกับข้าอย่างไรข้าไม่ว่า แต่เจ้ากล้าดีอย่างไรไปทำเรื่องอุกอาจกับพี่สะใภ้เช่นนั้น"
"เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า เจ้าคิดจะปิดข้าไปอีกนานเท่าไหร่"
หนิงหย่วนตะลึงงัน
ในความทรงจำ พี่สะใภ้ข้างบ้านที่แต่งงานกับพี่ชายตัวเองตอนอายุสิบเก้า ทั้งที่ยังไม่มีโอกาสได้เข้าหอด้วยซ้ำ พี่ชายก็ถูกเกณฑ์ไปแนวหน้าเสียก่อน
สามปีผ่านไป พี่ชายตายในสนามรบไปนานแล้ว พี่สะใภ้ต้องอยู่เป็นหม้ายลำพัง ชีวิตฝืดเคือง บางครั้งยังแบ่งอาหารมาช่วยเหลือเมียของตนอีก
ในความทรงจำของหนิงหย่วน พี่สะใภ้คนนี้สวยงาม ขยันขันแข็ง และใจดีมาก
แน่นอนว่าเธอกลัวเขาผู้เป็นน้องสามีนี้อย่างมากเช่นกัน
หนิงหย่วนคนก่อนเพียงแค่มองนางแวบเดียว นางก็จะผวาสะท้านโดยไม่รู้ตัว
"ให้ตายสิ เจ้าของร่างนี้ ไอ้ชาติชั่ว คงไม่คิดจริง ๆ หรอกนะว่าเกี๊ยวซ่าไหน ๆ ก็อร่อยสู้เมียชาวบ้านไม่ได้ แล้วยังคิดสนุกกับ..."
แย่แล้วล่ะ ภาพลักษณ์ที่ตัวเองอุตส่าห์สร้างไว้ตรงหน้าเมียแท้ ๆ...
หนิงหย่วนยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิด
ดูจากนิสัยเดิมของเจ้าของร่างนี้ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียเมื่อไหร่
"ในที่สุดเจ้าก็ยอมรับสินะ หนิงหย่วน เจ้าจะดีกับข้าอย่างไรข้าไม่ว่า แต่นางเป็นถึงพี่สะใภ้แม่ม่ายของเจ้า ไยเจ้าจึงกล้าทำกับนางถึงเพียงนี้"
เห็นหนิงหย่วนนิ่งเงียบ เฉินซูอิ่งก็ใจดับสลาย
หนิงหย่วนนึกเรื่องเหลวไหลนี้ไม่ออกเลยจริง ๆ
ลูกผู้ชายยังไงก็ขอโทษไปก่อนเถอะ
แย่หน่อยก็รอให้ชีวิตดีขึ้นค่อยรับนางมาอยู่ด้วยกันเสียเลย
ยังไงตัวเองก็เป็นคนมีความรับผิดชอบ
ในจักรวรรดิต้าเฉียน การมีเมียสามสี่คนมันเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก
ทุกวันนี้ข้าวยากหมากแพง ชายชราในหมู่บ้านยังมีเมียหลายคนเพียงเพื่อจะให้กำเนิดบุตรชายแก่จักรวรรดิต้าเฉียน
แถมยังมีเงินช่วยเหลืออีกต่างหาก
ทว่าขณะที่หนิงหย่วนกำลังจะยอมรับเสียง่าย ๆ อยู่แล้ว ใครจะรู้ว่าเฉินซูอิ่งกลับเปลี่ยนเรื่องพูด
"เพื่อเงินไม่กี่อีแปะ เจ้าก็ขายพี่สะใภ้ไป เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ"
"ถ้าบ้านของนางไม่คอยแบ่งปันให้เรา ข้าคงอยู่มาจนถึงตอนนี้ไม่ได้"
หนิงหย่วนอึ้งไป ความทรงจำช่วงนี้ตนนึกไม่ออกจริง ๆ
หนิงหย่วนตั้งสติถามจึงรู้รายละเอียดที่เกิดขึ้น
หลังจากหนิงหย่วนออกไปได้ไม่นาน พี่สะใภ้ฉินหรูถือถุงธัญพืชหยาบเล็ก ๆ มาดูแลเฉินซูอิ่ง
ปรากฏว่าลูกชายสามคนของตาเฒ่าหลี่สะกดรอยตามมา พุ่งเข้ามาในห้องฉุดกระชากฉินหรูไป
พวกมันบอกว่าหนิงหย่วนสัญญาไว้เมื่อเดือนก่อนว่า ขอแค่ให้เงินสามอีแปะ เขาจะยกพี่สะใภ้ให้พี่น้องตระกูลหลี่ทั้งสามเป็นเจ้าของเอง
ยังไงนางก็ยังบริสุทธิ์อยู่ อยู่เป็นหม้ายลำพัง ตอบสนองนโยบายเพิ่มไพร่พลบุรุษของจักรวรรดิต้าเฉียนได้พอดี
เฉินซูอิ่งกับฉินหรูช่วยกันขัดขืนสุดชีวิต แต่นางร่างกายอ่อนแอ พี่ใหญ่ตระกูลหลี่แค่ผลักเบา ๆ นางก็กระแทกม้านั่งสลบไป
ในหมู่บ้านหญิงมากชายน้อย พี่น้องสกุลหลี่ทั้งสามกำลังอยู่ในวัยฉกรรจ์ ปกติใครกล้าไปหาเรื่องพวกมันกัน
สาวโสดหน้าตาดีมากมายถูกพวกมันลวนลามไม่น้อย แต่ก็ได้แค่อดกลั้นเก็บเงียบ
หนิงหย่วนมองดูเฉินซูอิ่งร้องไห้อย่างน่าสงสาร ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองฉาดหนึ่ง
"ชัด ๆ เลยนะ ไอ้สารเลว!"
หนิงหย่วนลุกขึ้นยืน คว้าเสียมเหล็กข้าง ๆ ดวงตาแดงก่ำเดินมาข้างเตียง
สีหน้านั้นตกใจเฉินซูอิ่งจนผวา ป้องศีรษะไว้โดยสัญชาตญาณ คิดว่าหนิงหย่วนจะทุบนางอีก
"เมีย เจ้าอยู่รอที่บ้านนะ ข้าจะไปช่วยพี่สะใภ้กลับมา ต่อไปนี้ข้าจะปกป้องพวกเจ้าอย่างดีแน่นอน"
พูดจบหนิงหย่วนก็วิ่งทะยานออกไป หายเข้าไปในค่ำคืนหิมะโปรยไม่รู้จบ
เฉินซูอิ่งนั่งนิ่งอยู่ข้างเตียงเย็นเฉียบ มองดูสองเท้าหยกกลมเรียวของตัวเองที่แดงก่ำ
นี่ตัวเองกำลังฝันไปหรือเปล่า?
เมื่อนางเห็นปลาคาร์ปบนพื้น จึงกล้าเชื่อได้ว่าหนิงหย่วนออกไปหาอาหารจริง ๆ ในตอนบ่าย
แต่พอนึกรู้ว่าหนิงหย่วนไปหาพี่น้องสกุลหลี่ทั้งสามก็เกิดตื่นตระหนก
พี่น้องสกุลหลี่ทั้งสาม หนิงหย่วนลำพังคนเดียวจะสู้ไหวได้อย่างไร
เท้าแดงก่ำยัดลงในรองเท้าผ้าขาด ๆ อย่างลวก ๆ แล้วซ่อนปลาตะเพียนที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตไว้ในมุมตู้กับข้าวให้มิดชิดที่สุด จากนั้นจึงเร่งฝีเท้าตามออกไปอย่างยากลำบาก
บ้านตระกูลหลี่
เรือนข้างในลานดินเหนียว ท่ามกลางแสงจันทร์ แว่วเสียงร่ำไห้สิ้นหวังของสตรีและเสียงหัวเราะลามกของบุรุษสามคน
"ฉินหรู อย่ากลัวไปเลย คืนนี้ขอแค่เจ้าอย่าขัดขืน พวกเราสามพี่น้องไม่มีทางปล่อยให้เจ้าเสียเปรียบหรอก"
"ว่าแต่เจ้านะยังเป็นสาวบริสุทธิ์ ปล่อยครรภ์ทิ้งร้างไว้ก็เปล่าประโยชน์ เจ้าคงไม่เคยลิ้มรสบุรุษดอกกระมัง คืนนี้พวกข้ารับรองจะให้เจ้าดื่มด่ำสุขสม"
"พวกแกมันไอ้สัตว์เดรัจฉาน ตายไม่ดีไม่เป็นแน่ ต่อให้ตายไปเป็นผี ข้าก็ไม่มีวันปล่อยพวกแกไป" เสียงฉินหรูตะโกนจนแหบแห้ง กลับถูกพายุหิมะกลบไว้
"น้องสามเอ๋ย มัวยืนทำอะไร รีบมาจับขานางไว้ก่อน เดี๋ยวให้เจ้าขึ้นก่อนเลย"
ในห้องมืดสลัว ฉินหรูถูกฉีกกระชากเสื้อผ้า ผ้าห่มอกตัวเก่าสีขาวซีดห่อหุ้มเรือนร่างอวบอิ่มงามระหงไว้ อย่างเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ภาพวาบหวิวตรงหน้า ทำเอาพี่น้องสกุลหลี่ทั้งสามกลืนน้ำลายอึกใหญ่
ในยุคนี้ ผู้หญิงน่ะไม่ค่อยมีค่า
แต่ฉินหรูเป็นยอดหญิงในหมู่ยอดหญิง ไอ้โง่หนิงหย่วนดันขายให้แค่สามอีแปะ
พี่น้องสามคนคอแห้งผากแทบจะไหม้เป็นไฟ
กลางฤดูหนาว เปลือยท่อนบนยังไม่รู้สึกหนาว หมายแค่จะหุงข้าวสารให้สุกเป็นข้าวสวยเสียที
นอกประตู ตาเฒ่าหลี่ห่อตัวด้วยเสื้อฝ้ายเก่า ๆ หมอบยองอยู่หน้าประตูท่ามกลางหิมะ ใช้กล้องยาสูบเคาะประตูอย่างหงุดหงิด
"พวกไอ้ลูกเต้าบ้าเอ๊ย จะทำก็ทำไป แต่อย่าส่งเสียงดังเกินไป ให้ใครได้ยินเข้าไม่ดี"
ทันใดนั้นเอง ตาเฒ่าหลี่ก็เห็นเงานอกลานบ้านตน เดินเหยียบหิมะ พุ่งตรงมาทางนี้
"แย่แล้ว ไอ้เสี่ยวหมาบ้านสกุลหนิงนั่น"
สีหน้าตะลึงเปลี่ยนฉับ รีบลุกขึ้นยืน ลากขาแก่เป๋ ๆ คว้าดาลประตูเตรียมปิด
หนิงหย่วนเร็วกว่าก้าวเดียว ถีบประตูใหญ่ของลานบ้านดังปึง ตาเฒ่าหลี่เสียหลักยืนไม่อยู่ล้มคะมำลงบนพื้น
ในเรือนข้างเสียงฉินหรูยิ่งสิ้นหวัง หนิงหย่วนได้ยินมาแต่ไกล
"แ- เจ้าทำอะไร"
ตาเฒ่าหลี่รีบคลานลุกขึ้นไปฉุดรั้งหนิงหย่วนไม่ให้เข้าไป
"อย่าลืมนะ ตอนนั้นนายเป็นคนเอาเงินสามอีแปะขายฉินหรูให้ลูกชายสามคนข้าแก้เหงาเอง"
"นี่นายคิดจะกลับคำแล้วรึ"
"หนิงหย่วนฟังข้าเตือนสักคำเถอะ พี่สะใภ้นายปล่อยท้องทิ้งไว้ก็ไม่มีประโยชน์"
"ฝีมือครอบครัวข้านายก็เห็นแล้ว ผู้ชายตั้งสามคน ให้นางอยู่กับบ้านข้าหลี่ไม่มีทางเสียเปรียบหรอก"
หนิงหย่วนกำเสียมเหล็กแน่น ดวงตาแดงฉานน่ากลัว ดุจเดียวกับวัวกระทิงคลั่ง ตาเฒ่าหลี่ถูกเขาลากถูไป ไม่อาจห้ามไว้ได้เลย
ยกเสียมเหล็กขึ้น เปล่งเสียงคำรามกึกก้อง ประตูไม้ของเรือนข้างระเบิดตูมออกมา
เมื่อหนิงหย่วนพุ่งเข้าไป เห็นภาพเบื้องหน้า ก็เดือดพร่านขึ้นมาทันที
เสื้อบางเนื้อหยาบของฉินหรูถูกฉีกกระชากขาด อาภรณ์สุดท้ายแนบร่างก็แทบจะหลุดลุ่ย
"ไอ้สัส!"
"พวกแกกล้าดียังไงมารังแกพี่สะใภ้ข้า"
หนิงหย่วนชูเสียมเหล็กขึ้นฟาดไปที่หัวของพี่ใหญ่สกุลหลี่ทันที
"อ๊าก!"
เสียงโหยหวนดังสะท้อนในหมู่บ้าน พี่ใหญ่สกุลหลี่กุมศีรษะไว้ เลือดพุ่งออกเหมือนไม่ต้องใช้เงิน ไม่เหลือกำลังสู้แล้ว
พี่น้องสกุลหลี่ทั้งสามมองหนิงหย่วนที่บ้าคลั่งแล้วอึ้งงัน
"หนิงหย่วน แม่งเอ๊ย แกเป็นบ้าไปแล้วเหรอ ที่บ้านแกมีเมียสวยอยู่แล้วยังไม่พออีก หวงจะกินรวบคนเดียวรึไง"
รองพี่ใหญ่สกุลหลี่ตาแดงก่ำด้วยโทสะ พุ่งเข้ามาก่อน
หนิงหย่วนหัวเราะเย็น ถอยร่างหลบครึ่งก้าว ถอยเพื่อรุก เท้าข้างหนึ่งยกขึ้นถีบเข้าที่เป้าของรองพี่ใหญ่สกุลหลี่ทันที
ไก่บินไข่แตก
"ช่วยด้วยสิ ไอ้สาม" รองพี่ใหญ่สกุลหลี่กุมเป้าครางโหยหวน
ไอ้สามนั้นอายุแค่สิบหก ปกติเที่ยวรังแกชาวบ้านโดยอาศัยบารมีพี่ชายตน แต่พอเจอหนิงหย่วนคนดุดันก็ผวาตัวสั่นงันงกไม่กล้าเข้ามา
ได้แต่มองเสียมเหล็กเปื้อนเลือดอย่างหวาดกลัว ถอยหลังกรูดไม่หยุด
"พี่สะใภ้ กลับบ้านกันเถิด"
หนิงหย่วนสาวเท้าเร็วเข้าไป ถอดเสื้อนอกตัวเดียวของตนออก ใช้ห่อหุ้มร่างฉินหรู
ฉินหรูตกใจจนทำตัวไม่ถูก ก็ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้หนิงหย่วนอุ้มตัวนางขึ้น
สองแขนเย็นเฉียบของนางโอบรอบคอหนิงหย่วนเหมือนคว้าเชือกช่วยชีวิตได้ สั่นเทาอยู่ไม่หยุด
"หนิงหย่วน แกแน่ใจรึว่าจะเป็นศัตรูกับพวกข้าสามพี่น้อง อย่าลืมนะว่าบ้านสกุลหนิงแกมีผู้ชายแค่แกคนเดียว"
"บ้านสกุลหลี่ข้ามีสี่คนนะเว้ย"
พี่ใหญ่สกุลหลี่กุมศีรษะยืนขึ้น มองหนิงหย่วนด้วยแววอาชาตร้าย
แต่กลับหวาดเกรงเสียมเหล็กกระหายเลือดของหนิงหย่วนมากกว่า
หนิงหย่วนหยุดฝีเท้า หันกลับไปจ้องเขม็งที่พี่ใหญ่สกุลหลี่
"นับจากวันนี้ ใครกล้ารังแกสตรีในบ้านหนิงข้าไม่ว่านางใด หนิงหย่วนจะสู้ตายกับพวกแก ลองดูก็ได้"
ในชั่วขณะหนึ่ง สามพี่น้องจอมข่มเหงแต่ขลาดเขลา กลับถูกหนิงหย่วนที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนข่มขวัญจนไม่กล้าส่งเสียง
ออกจากลานบ้าน ตาเฒ่าหลี่ตัวสั่นงันงกเข้ามาขวาง นิ้วชี้เหี่ยวย่นชี้ไปที่หนิงหย่วน โกรธจนพูดไม่ออก
"เจ้าสิ- เจ้าผิดคำพูด... ข้าจะ..."
หนิงหย่วนเตะถีบเข้าที่อกของตาเฒ่าหลี่ ร่างกายแก่จนปูนปลาสเตอร์ทั้งร่างปลิวกระเด็นออกไป ก็ไม่ค่อยจะขยับเขยื้อนแล้ว
หนิงหย่วนถ่มเสมหะเขียวข้นลงบนพื้น
"ไอ้เฒ่าสารเลว เกือบลืมสั่งสอนแกเสียแล้ว ดันวิ่งมาหาที่ตายอีกนะ"